วันศุกร์ ที่ 7 พฤษภาคม 2564
ภาคกลาง / อ่างทอง
ผบก.ภ.จ.อ่างทอง และคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย อัญเชิญพระแสงศัสตราวุธ ประจำจังหวัดอ่างทอง เพื่อความเป็นสิริมงคล
: 21 ก.พ. 63
600

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 พล.ต.ต.สังวาลย์ ฤกษ์ศรีลักษณ์ ผบก.ภ.จ.อ่างทองและคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย อัญเชิญพระแสงศัสตราวุธ ประจำจังหวัดอ่างทอง จากห้องมั่นคง ภายในสำนักงานคลังจังหวัดอ่างทอง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ขึ้นไปยังห้องปฏิบัติราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง โดยนายเรวัต ประสงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้รับมอบและนำขึ้นประดิษฐาน ณ แท่นประดิษฐานภายในห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง และทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นผู้ว่าราชการและผู้บริหารถวายภัตตาหาร และถวายจตุปัจจัยไทยธรรมพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 9 รูป

นายเรวัต ประสงค์ ผวจ.อ่างทอง เปิดเผยว่า การอัญเชิญพระแสงศัสตราวุธฝักทองด้ามทอง ออกมาจากห้องมั่นคงในครั้งนี้ เพื่อให้ส่วนราชการทุกภาคส่วนได้ร่วมกันทำบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคล สำหรับพระแสงราชศัสตราวุธ ประจำเมืองอ่างทอง ถือเป็นหนึ่งในเครื่องราชูปโภคสำคัญ ประกอบพระราชอิสริยยศประจำพระองค์และประจำตำแหน่งพระมหากษัตริย์

รวมทั้งเป็นอาวุธสำคัญประจำองค์พระมหากษัตริย์ฐานะทรงเป็นจอมทัพ ซึ่งแสดงถึงพระราชอำนาจสูงสุดและเด็ดขาดของพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ การที่พระมหากษัตริย์พระราชทานพระแสงราชศัสตราประจำมณฑลและเมือง โดยผ่านสมุหเทศาภิบาลมณฑลหรือผู้ว่าราชการเมือง ให้ปฏิบัติราชการต่างพระเนตรพระกรรณเท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจสิทธิ์ขาดที่จะตัดสินลงโทษแก่ผู้ใดโดยเด็ดขาด เหมือนดังเช่นพระแสงดาบอาญาสิทธิ์ที่พระมหากษัตริย์ได้พระราชทานแก่แม่ทัพในสมัยก่อน

อีกทั้งพระแสงราชศัสตราวุธประจำเมืองเป็นอาวุธสำหรับแทงน้ำในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาประจำปีในหัวเมือง ซึ่งเดิมใช้กระบี่หรือดาบซึ่งเป็นเครื่องยศที่พระราชทานให้แก่ผู้ว่าราชการเมืองสำหรับแทงน้ำในพิธี ต่อมาเมื่อเลิกประเพณีพระราชทานเครื่องยศในรัชกาลที่ 4 แล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงมีพระราชดำริในการพระราชทานพระแสงราชศัสตราวุธ ประจำเมือง สำหรับแทงน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2444 สืบมา.

ข่าว/ภาพ พงษ์ศักดิ์ คาราวะวิชัย