วันศุกร์ ที่ 7 พฤษภาคม 2564
รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดศูนย์บริการอาหารไก่ชุมชน ส่งเสริมเกษตรกรผลิตอาหารไก่ สูตร "กระดอฮิหัก" สำหรับไก่นักสู้
: 14 มิ.ย. 63
358

ที่ศูนย์บริการอาหารไก่ชุมชนตราดเอฟซี หมู่ 3 บ้านท่ากุ่ม ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดตราด เป็นประธานเปิดศูนย์บริการอาหารไก่ชุมชนตราดเอฟซี บ้านท่ากุ่ม โดยมีว่าที่ร้อยตรี พิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดตราด ตลอดจนผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ให้การตอนรับ

สำหรับศูนย์บริการอาหารไก่ชุมชนตราดเอฟซี บ้านท่ากุ่ม เป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรชาวตราด ผู้ที่ชื่นชอบเลี้ยงไก่ชนและผู้ที่ประกอบอาชีพเพาะพันธุไก่ชนส่งขาย ปัจจุบันไก่ชนตราดเป็นไก่ชนที่ค่อนข้างรู้จักอย่างมากในเรื่องชั้นเชิง มีเกษตรกรเพาะพันธุ์ขายทั้งในและส่งไปต่างประเทศ สร้างรายได้จำนวนมากในแต่ละปี โดยทางปศุสัตว์จังหวัดตราด ได้เล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกรในอาชีพดังกล่าวอีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ไก่ชนพื้นเมืองตราด จึงเข้ามาส่งเสริมในเรื่องการลดต้นทุนในการผลิต โดยเฉพาะอาหารไก่ชนที่เกษตรกรจะต้องซื้ออาหารสำเร็จรูปในราคาที่ค่อนข้างสูง นายวีระสันติ ประทุมพล ปศุสัตว์จังหวัดตราด จึงได้มีความคิดส่งเสริมให้ชาวบ้านรวมกลุ่มผลิตอาหารไก่ชนขึ้นมาใช้เอง โดยสรรหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพในพื้นที่มาเป็นส่วนประกอบโดยเฉพาะใน จ.ตราดเป็นพื้นที่ติดทะเลจะมีวัตถุดิบจำพวกเปลือก ปูป่น กุ้งป่น จำนวนมาก วัตถุดิบเหล่านี้ จะมีสาร ทั้ง ไคติน-ไคโตซาน-แคลเซียม ค่อนข้างสูง

อีกทั้งยังนำสมุนไพรพื้นบ้านในพื้นที่อีกจำนวนหลายชนิด ที่สามารถนำมาเป็นส่วนผสม เช่น บอระเพ็ด ขิง ขมิ้น ตะไคร้ ใบหญ้าไก่หวานตราดและอื่นๆอีกหลายชนิด โดยเฉพาะสมุนไพรพื้นบ้าน ต้น “กระดอฮิหัก” สมุนไพร พื้นบ้านของ จ.ตราด ที่ชาวบ้านในสมัยโบร่ำโบราณนิยมนำมาดองยา เป็นยาบำรุงกำลัง ก็ถูกนำมาเป็นส่วนผสมและตั้งเป็นชื่ออาหารไก่ “ TRAT สุดยอดอาหารไก่ สูตร กระดอฮิหัก สำหรับไก่นักสู้ ” เป็นอาหารไก่ที่มีคุณภาพสำหรับไก่ชน ไก่ชนที่กินอาหารประเภทนี้มาตั้งแต่ตัวเล็กๆ เมื่อโตขึ้นมาจะมีกระดูกที่แข็งแรง เนื้อแน่น และที่สำคัญมีราคาถูกเป็นการลดต้นทุนการผลิต

ซึ่งนายประภัตร โพธสุธน รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนเป็นวงกว้าง เนื่องจากวัตถุดิบสามารถหาซื้อได้ในชุมชนเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้ชุมชน อีกทั้งยังเป็นการสร้างอาหารไก่ที่มีคุณภาพออกสู่ท้องตลาด และสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกในอนาคต จึงพร้อมส่งเสริมในโครงการดังกล่าว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่งเสริมทั้งในด้าน งบประมาณ อุปกรณ์เครื่องมือ ด้านคุณภาพเพื่อที่จะจดทะเบียนให้ถูกต้องและสามารถส่งขายออกสู่ตลาดได้ เพื่อจะส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล.

ข่าว/ภาพ : ชวลิต  คชรักษ์ 

 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ