วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2563
ภาคตะวันออก / จันทบุรี
พบน้องกานต์ เด็ก 6 ขวบหายตัวออกจากบ้าน กลายเป็นศพเหลือครึ่งท่อน คาดถูกสัตว์ทำร้าย รอผลตรวจชันสูตรยืนยัน ขณะเพื่อนบ้านยินดีให้ตรวจสอบล็อตไวเลอร์ แสดงความบริสุทธิ์
: 08 ก.ค. 63
222

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 6 ก.ค. 63 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้า กรณี ด.ช. อนวัช นนธิจันทร์  หรือ น้องกานต์ อายุ 6 ขวบ เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดโป่งแรด(ปคุณวิทยาคาร) ได้หายตัวออกไปจาก บ้านเลขที่ 29 ม.2 บ้านโป่งแรด ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี เมื่อช่วงสายวันที่ 4 ก.ค. 63 จนตลอด 2 คืนที่ผ่านมา ซึ่งผู้ปกครองพร้อมด้วย ผู้นำชุมชนตลอดจนเพื่อนบ้าน ได้ช่วยกันออกตามหา จนเมื่อกลางดึกได้ไปพบเบาะแสสำคัญ เป็นตุ๊กตามดตะนอยสีดำ ซึ่ง น้องกานต์ ได้ถือติดตัวมาด้วยในวันที่หายออกจากบ้าน วางอยู่บนหน้าศาลพระภูมิ กลางสวนผลไม้เพื่อนบ้าน ห่างจากบ้านน้องกานต์ประมาณ 200 เมตร  และที่ชาวบ้าน ต่างพากันขนหัวลุก เมื่อพบมีรูปนั้นนางรำ จำนวน 5-6 ตัว อยู่ในสภาพถูกจับหักหัว วางเรียงกันอยู่บนพื้นปูน ใต้ศาลพระภูมิ จึงเชื่อกันว่าอาจจะเป็นอาถรรพ์ ผีบังตา ทำให้ยังหัวตัว น้องกานต์ ไม่พบ

ล่าสุดวันนี้ ได้รับแจ้งว่า พบ น้องกานต์ แล้ว แต่น่าเศร้า เมื่อพบว่า น้อง ได้เสียชีวิต ในสภาพศพเหลือเพียง ครึ่งท่อน  โดยจุดที่พบศพน้องกานต์ อยู่บริเวณกลางสวนยางพาราของ นายเกรียงวุฒิ วรรณทอง 47 ปี พื้นที่ ม.2 บ้านโป่งแรด ต.พลับพลา ห่างจากบ้าน น้องกานต์ ประมาณ 200 เมตร ต่อมา พ.ต.ท.ปิติ พานิช รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ต. ชาญฤทธิ์ สุขเจริญ สว.(สอบสวน) นำกำลังเจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐาน ,ชุดสืบสวน ภ.จว.จันทบุรี , ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี และแพทย์นิติเวช รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี เดินทางตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ  โดยทางตำรวจวิทยาการตรวจสอบ พบศพของ น้องกานต์ เหลือเพียงท่อนบนครึ่งตัว ไม่มีแขน 2 ข้าง สภาพเริ่มเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็น มีชิ้นเนื้ออวัยวะติดโครงกระดูก คล้ายถูกสัตว์กัดแทะ ส่วนท่อนล่าง ตั้งแต่ช่วงเอวท่อนขาหายไป ใกล้กันพบ เสื้อยืดสีแดง และกางเกงขาสั้นลายพรางทหาร ตกอยู่ห่างจากศพ ประมาณ 30 เมตร ส่วนชิ้นส่วนอวัยวะที่หายไป ยังหาไม่พบ นอกจากนี้ บริเวณที่เกิดเหตุ ยังพบมีรอยเท้าสุนัขจำนวนมากโดยรอบจุดที่พบศพ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ยังไปพบ รอยคราบเลือดจำนวนมากติดอยู่กับกอหญ้า ในสวนทุเรียน ห่างจากจุดที่พบศพน้องกานต์ ประมาณ 50 เมตร ทางเจ้าหน้าที่วิทยาการ ได้ไปตรวจสอบร่องรอย และเก็บวัตถุพยานไว้เป็นหลักฐาน

โดยทางตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุการเสียชีวิต ไว้ 2 ประเด็น คือ 1 น่าจะเกิดจาก น้องกานต์ เดินหลงเข้าไปในสวนผลไม้เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ห่างกับชายเขา และถูกสัตว์ทำร้าย หรือถูกสัตว์มีพิษกัดจนถึงขั้นเสียชีวิต  /ส่วนอีกประเด็น คือ วันที่น้องกานต์ หายไป มีฝนตกลงมาอย่างหนัก อาจพลัดตกคูน้ำที่ไหลพาดไปตามสวนผลไม้ และหลังจากศพเริ่มเน่าเปื่อย จึงถูกฝูงสุนัข ลากมารุมแทะในป่ายางจึงทำให้ไม่พบตัว น้องกานต์

ขณะที่ พ.ต.ท.ปิติ พานิช รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองจันทบุรี  ได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับ ร่วมสอบปากคำพยานแวดล้อม เบื้องต้นได้พุ่งประเด็นไปที่ น้องกานต์ อาจจะถูกสัตว์ทำร้าย ซึ่งจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า สวนผลไม้ของชาวบ้านในละแวกนี้ มีการเลี้ยงสุนัขแบบปล่อยไว้เฝ้าสวนจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นมีสุนัขพันธ์ล็อตไวเลอร์ รวมอยู่ด้วย โดยเบื้องต้น ทางตำรวจสืบสวนได้ประสาน ขอเข้าไปตรวจสอบ สุนัขล็อตไวเลอร์ ตัวดังกล่าว ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น้องกานต์ หรือไม่ โดยทางเจ้าของสุนัขเอง ได้ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  โดยยินดีที่จะนำสุนัขล็อตไวเลอร์ ไปให้ทางเจ้าหน้าที่ ทำการตรวจพิสูจน์ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์และเพื่อหาข้อเท็จจริง ตลอดจนสรุปสาเหตุที่แน่ชัด

ต่อมา ผู้สื่อข่าว ได้ไปสอบถาม นายสุขุม สาทิพย์จันท์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/1 ม.6 ต.วังตะเคียน อ.เขาสมิง จ.ตราด พ่อของ น้องกานต์ ที่ได้เดินทางมาดูศพลูกชาย บอกกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากได้เลิกรา กับอดีตภรรยาเมื่อหลายปี ได้เลี้ยงดู น้องกานต์ เพียงลำพัง จนอายุได้ 5 ขวบ ได้มาคบหากับแฟนใหม่ และต้องย้ายไปทำงานที่ จ.ตาก จึงได้นำ น้องกานต์ มาฝากให้ นายสุทธิเกียรติ สาทิพย์จันท์ น้องชาย รับเลี้ยงดูแล ซึ่งนิสัยส่วนตัว น้องกานต์เป็นคนเงียบๆ ชอบเล่นคนเดียว ที่ผ่านมา ได้ติดต่อ น้องกานต์ ผ่านทาง นายสุทธิเกียรติ อัดคลิป และถ่ายรูปส่งมาให้ เนื่องจาก น้องกานต์ ไม่ยอมคุยด้วย เพราะปกติมีนิสัยขี้อาย ส่วนที่ น้องกานต์ หายตัวไป และมาพบว่าเสียชีวิต นั้นไม่ยังทราบสาเหตุ และไม่ได้สงสัยว่าใครทำร้าย โดยให้ทางตำรวจเป็นผู้สืบสวนหาข้อเท็จจริง แต่รู้สึกเสียใจ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีอยู่ดูแลลูกใกล้ชิด จนลูกมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ขณะที่ นายสุทธิเกียรติ นนธิจันท์ อายุ 24 ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของ น้องกานต์ บอกว่า ได้รับ น้องกานต์ มาดูแล ได้ประมาณปีเศษ โดยปกติน้องเป็นคนเงียบๆ ในส่วนตัว น้องกานต์ มีนิสัยแปลกๆ ชอบไปเล่นกับรูปปั้น ตามศาลพระภูมิ ซึ่งตนเองเคยเตือนน้องไปหลายครั้ง ว่าเป็นของไม่ดี ห้ามมาเล่นอีก แต่น้อง ก็แอบมาเล่น ส่วนเรื่องที่ น้องกานต์ ไปเล่นแอบไปเล่นศาลพระภูมิทำ และทำลายรูปปั้นนางรำเสียหาย จนทำอาจจะทำให้เป็นสาเหตุที่น้องเสียชีวิตนั้น ตนคิดว่า อาจจะเป็นเรื่องไสยศาสตร์ที่มองไม่เห็น ส่วนการที่ น้องกานต์ หายตัวไปจนมาพบว่า เสียชีวิต เชื่อว่าน้องไม่ได้ถูกคนทำร้าย น่าจะเป็นสัตว์มากกว่า ทั้งนี้ให้เป็นไปตามขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการสืบสวนหาความจริง

ทางด้าน นาย เกรียงวุฒิ เจ้าของสวนยาง ที่มาพบศพ คนแรก บอกว่า หลังจากได้ยินทางผู้ใหญ่บ้าน ประกาศเด็กหาย ช่วงเช้าที่ผ่านมา จึงได้เดินมาสำรวจ บริเวณสวนยางของตัวเอง จนมาพบกลุ่มแมลงวัน บินแตกตัวผิดสังเกต จึงเดินเข้ามาดู ก็พบว่าเป็นศพมนุษย์ เหลือเพียงครึ่งท่อน แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเด็กที่หาย จนเดินมาพบ เสื้อผ้าจึงแน่ใจว่า เป็น น้องกานต์ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน มาตรวจสอบในที่สุด

อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิต ของน้องกานต์ ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุดได้ส่งร่างให้แพทย์นิติเวชชันสูตร รพ.พระปกเกล้าฯ เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด  ส่วนเรื่องการรับศพ น้องกานต์ ไปบำเพ็ญกุศล ตามพิธีทางศาสนา จากการสอบถามทาง นายสุขุม สาทิพย์จันท์ พ่อของ น้องกานต์ บอกว่า เนื่องจากครอบครัว มีฐานะยากจนจึงไม่มีทุนทรัพย์ ที่จะทำศพลูกชาย ต่อมาทางชาวบ้านที่ร่วมตามหาน้องกานต์ ตลอดจนผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ได้ร่วมบริจาคเงิน ช่วยเหลือค่าทำศพน้องกานต์ มอบให้กับ นายสุขุม ขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ประสานทางสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน ได้มอบหีบศพใช้บรรจุร่าง น้องกานต์ ในวันไปรับศพที่ รพ.พระปกเกล้าฯ มาทำพิธีทางศาสนาที่วัดโป่งแรด หลังการตรวจชันสูตรเสร็จสิ้น.

ข่าว/ภาพ ศุภชัย จุลละนันทน์

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ