วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2563
ภาคตะวันออก / ฉะเชิงเทรา
คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ ลงพื้นที่ตลาดบ่อบัว ตรวจสอบกรณีร้องเรียนเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
: 19 พ.ค. 63
321

เมื่อวันที่ 19 พ.ค 2563 เวลา 11.00 น. นายวิวรรรน แสงสุริยะฉัตร ประธานอนุกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสรงธรรมาภิบาลวุฒิสภา พร้อมคณะลงพื้นที่ตลาดบ่อบัว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อตรวจสอบกรณีการร้องรียนเจ้าหน้ท่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้เอกชนทำให้หน่วยงานของรัฐเสียหายและประชาชนได้รับความเดือดร้อน

โดยในวันดังกล่าวมีนางจินดา พุ่มเจริญ และนายชูศักดิ์  ยังอยู่สุข เป็นตัวแทนชาวบ้านตลาดบ่อบัว ที่มาร่วมตัวกันกว่า 500 คน ยืนหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการฯ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมานานหลายสิบปี จากกรณีข้อพิพาทดังกล่าว  ก่อนจะพาคณะกรรมาธิการการฯ เดินสำรวจภายในตลาดบ่อบัว พื้นที่จริง

นายวิวรรรน แสงสุริยะฉัตร ประธานอนุกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสรงธรรมาภิบาลวุฒิสภา  เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อปี พ.ศ.2539 การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้ง เพื่อดำเนินการจัดหาผลประโยชน์ บริเวณที่หยุดรถแปดริ้ว กับ หจก.บ่อบัวพัฒนา (ผู้เช่า )เพื่อปลูกสร้างอาคา รมีกำหนดเสร็จ 5ปี แต่ผู้เช่าไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วสร็จภายใน 5 ปี ตามที่สัญญาเช่ากำหนดไว้ แต่กลับเก็บค่าแผงขายของจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดบ่อบัว  ทั้งอาคารตลาดและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบตลาด ได้มีการปลูกสร้างมาตั้งแต่ปี 2527

ต่อมาการรถไฟฯ ได้บอกลิกสัญญเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 และมีการฟ้องคดีต่อศาลแล้ว กลับมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นศาล เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 ให้ผู้เช่ารายเดิมได้รับสิทธิในการเข้าทำสัญญาเช่าฉบับใหม่  โดยให้ชำระค่าเสียหายเพียงจำนวนเล็กน้อย  ตั้งเต่วันที่ 14สิงหาคม 2552 เป็นต้นไป โดยจะชำระให้ทันทีในวันทำสัญญฉบับใหม่ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ 24กุมกาพันธ์ 2553 จนถึงวันที่ 27 มีนาคม 2557 รวม

ระยะเวลา 3 ปีกว่า กลับไม่มีการทำสัญญา ให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่กลับปล่อยให้ผู้เช่า (หจก.บ่อบัวพัฒนา) เข้าไปเก็บผลประโยชน์ค่าแผงขายของในตลาดบ่อบัวเหมือนเดิม ต่อมาปรากฏว่ามีการทำสัญญาฉบับใหม่ เมื่อวันที่28มีนาคม 2557 มีกำหนด 5 ปีนับแต่วันที่ 1 มษายน 2557 ถึงวันที่31 มีนาคม 2562 เพื่อปลูกสร้าง อาคารพาณิชย์ จำนวน 178 คูหา อาคารตลาดและแผงขายของ 160 แผง ลานคนเดิน และลานจอดรถ 250 คัน

แต่ในวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ซึ่งคาดหมายได้ว่าการก่อสร้งจะไม่แล้วเสร็จตามสัญญาเช่า การรถไฟฯ กลับอ้างเหตุ  "เนื่องจากมีผู้บุกรุกในพื้นที่เช่าจำนวนมาก เป็นเหตุให้มีการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ทำให้ผู้เช่า ไม่สามารถเข้าดำเนินการในพื้นที่เช่าตามสัญญดังกล่าวได้ " จัดทำบันทึกขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปื 2 เดือน 14 วัน เป็นกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2558ถึงวันที่ 14มิถนาขน 2563 ทั้งที่สัญญาเช่าข้อ 7 และมติคณะกรรมการรถไฟฯ ครั้งที่ 12/2552 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 ได้กำหนดเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของหจก.บ่อบัวพัฒนา หากก่อสร้างไม่เสร็จ ต้องทำการริบหลักประกันสัญญ  และบอกเลิกสัญญาเช่าแต่กลับไม่มี

การดำเนินการเต่อย่างใด  การกระทำของเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ และผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกรณีดังกล่าว  ย่อมเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้ที่โดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย และเป็นการไม่รักษาผลประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ ทำให้การรถไฟฯ ได้รับความเสียหายจากเงินค่าแผงขายของที่สมควรจะต้องได้รับ เพราะมีการเก็บเงินมากว่า 24 ปีแล้ว แต่ไม่มีการก่อสร้งปรับปรุงตลาดเต่อย่างใด  คณะกรรมาธิการฯ  จึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้ที่ของการรถไฟฯ ว่า มีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้ที่โดยมิชอบ ทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับ ความเสียหายตามที่ได้มีการร้องเรียนหรือไม่

ข่าว/ภาพ : ธนพัฒน์ เจียรสถิต

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ