วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม 2563
ภาคเหนือ / อุทัยธานี
วัดเขาโคกโค 144ปี พบมรดกล้ำค่า!
: 16 ต.ค. 62
630

 อุทัยธานี เปิดประวัติเก่าแก่ “วัดเขาโคกโค” อายุ 144 ปี พบมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรม ล้ำค่า ทั้งศาลการเปรียญที่เสาทำจากไม้เนื้อแข็ง 9 เหลี่ยม ปิดทองลงรัก ธรรมมาส ไม้สักลายไทย โรงน้ำชา สำหรับพระขึ้นนั่งเทศน์ ปรก สำหรับพระนั่งสมาธิ ขณะที่ทางเทศบาล ได้ส่งเสริมให้วัดแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เปิดโอกาสให้อนุชนรุ่นหลังเข้ามาศึกษา

ที่ จ.อุทัยธานี พระอธิการมนัสฐิติปญโญ เจ้าอาวาสวัดเขาโคกโค ต.ทุ่งนาไทย อ.ทัพทัน เปิดเผยว่า วัดเขาโคกโค เป็นวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อปี พ.ศ 2452 หรือราว 110 ปี มีหลวงพ่อเจี้ยม เป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี องค์แรก

วัดตั้งอยู่บนเนื้อที่ 5 ไร่ ติดกับเขาโคกโค ซึ่งเป็นภูเขาขนาดเล็ก ปัจจุบันทางวัดได้อนุรักษ์มรดกทางศิลปะและวัฒนธรรม อันเก่าแก่เอาไว้หลายอย่าง โดยเฉพาะ โรงน้ำชา ซึ่งก่อสร้างด้วยปูน มีอายุนับร้อยปี อยู่บริเวณเชิงเขา ภายในมีพระพุทธรูป มีรากไม้ชอนไชบ่งบอกถึงความเก่าแก่ สมัยก่อนพระจะใช้โรงน้ำชาแห่งนี้ไว้สำหรับต้อนรับพระภิกษุ จากต่างวัด ที่เดินทางไปมาหาสู่กัน ทางวัดได้มีการบูรณะทำหลังคามุง ใกล้กันจะเป็นรอยพระพุทธบาทจำลอง มีอายุเก่าแก่ มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุทัยธานี

ส่วนบริเวณด้านล่างจะเป็นศาลาการเปรียบที่ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่เช่นเดียวกัน เป็นศาลาที่ก่อสร้างมานาน เสาทำด้วยไม้เนื้อแข็ง 8 เหลี่ยม มีลวดลายไทยที่เสาและลงรักปิดทองสวยงามวิจิตรตระการตา โดยฝีมือช่างโบราณ รวมทั้งยังมีธรรมมาส มีสภาพเก่าแก่มีอายุนับร้อยปี ทำด้วยไม้สัก มีลวดลายไทย ในอดีตใช้สำหรับให้พระขึ้นเทศน์ในเทศกาลสำคัญทางศาสนา ถือเป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมทีล้ำค่าที่สมควรอนุรักษ์ไว้ โดยทางวัดได้ทำการปิดประตูเหล็กสวมกุญแจป้องกันไว้อย่างดี

ส่วนบริเวณเชิงเขาด้านทิศใต้ พบว่ามีปรก สภาพชำรุดทรุดโทรมเก่แก่ ตั้งเรียงรายตลอดแนวชายเขา ไว้สำหรับให้พระปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ยังคงหลงเหลืออยู่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา

โดยทางเทศบาลต.ทัพทัน ได้มีการส่งเสริมให้วัดเขาโคกโค แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และยังใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีตักบาตรเทโว เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมานี้ด้วย วัดเขาโคกโค แห่งนี้ ได้อนุรักษ์ มรดกทางศิลปะและวัฒนธรรม ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น สมควรให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์