วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2563
ภาคเหนือ / เชียงใหม่
“แทรม” เชียงใหม่ใกล้คลอด...รฟม.ลุยรถไฟฟ้าสีแดงเชียงใหม่ วิ่งเชื่อม “รพ.นครพิงค์ - แยกแม่เหียะ” 2.7 หมื่นล้าน เริ่มสร้างปี 65
: 22 ก.พ. 63
270

หลังจากที่ทาง นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 งานศึกษารายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี)

 

การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 นี้ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาแนวเส้นทาง สถานี รูปแบบโครงการ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบผลการศึกษา

พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงผลการศึกษาให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ในลำดับต่อไป โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา และผู้สนใจรวมถึงสื่อมวลชนเข้าร่วมการประชุมกว่า 250 คน

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดการประชุมเพื่อทดสอบความสนใจของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Market Sounding) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การให้เอกชนมีส่วนร่วมลงทุนโครงการ และรวบรวมข้อมูล ข้อคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะจากตัวแทนของภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อนำไปประกอบการศึกษารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการที่เหมาะสมต่อไป

สำหรับผลการศึกษาโดยสรุปคือ โครงการได้ออกแบบระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) เป็นประเภทระบบรถรางไฟฟ้า (Tram) มีลักษณะเป็นระบบรถไฟฟ้าที่วิ่งไปตามทางวิ่งหรือราง มีรูปแบบที่คล้ายกับรถไฟฟ้า MRT แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยวิ่งตามแนวเหนือใต้ รวมระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร

มีสถานีรับ – ส่ง ผู้โดยสาร 16 สถานี ได้แก่ สถานีโรงพยาบาลนครพิงค์ - สถานีศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ - สถานีสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี - สถานีศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ - สถานีแยกหนองฮ่อ - สถานีโพธาราม - สถานีข่วงสิงห์ - สถานีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ - สถานีขนส่งช้างเผือก - สถานีมณีนพรัตน์ - สถานีประตูสวนดอก - สถานีแยกหายยา - สถานีแยกท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ - สถานีท่าอากาศยานเชียงใหม่ - สถานีบ้านใหม่สามัคคี และ สถานีแม่เหียะสมานสามัคคี โดยเป็นทางวิ่งระดับดินประมาณ 9 กิโลเมตร และเป็นทางวิ่งใต้ดินประมาณ 7 กิโลเมตร ในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 27,890 ล้านบาท

ตามแผนงานเมื่อการศึกษาออกแบบแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถนำเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการจากคณะรัฐมนตรี และเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2565 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2570 ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์จะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐาน รวมถึงมีความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัย ให้แก่ของประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงสามารถลดการใช้รถยนต์โดยรวมบนท้องถนน จึงช่วยลดปริมาณมลพิษในอากาศที่เกิดจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ได้อีกด้วย

สำหรับการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.พ.63 ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ เป็นการประชุมเพื่อทดสอบความสนใจของภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ หรือรถไฟฟ้ารางเบา (แทรม) สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) ระยะทาง 15.8 กิโลเมตร(กม.) โดยมี นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นประธาน และมีผู้แทนภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 100 คน

ซึ่งโครงการนี้เอกชนจากส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ทั้งในและต่างประเทศ สนใจร่วมลงทุนจำนวนมาก โดยการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนครั้งนี้ จะนำไปใช้ประกอบรายงานการศึกษารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการต่อไป คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จเดือน เม.ย.63

นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล ได้เผยว่า หลังจากผลการศึกษาเสร็จแล้ว จะนำเสนอให้คณะกรรมการ(บอร์ด) รฟม. ก่อนเสนอให้กระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) พิจารณา คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณากลางปี 64 เปิดประมูลปลายปี 64 เริ่มก่อสร้างกลางปี 65 ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ปี 70

สำหรับโครงการ แทรมเชียงใหม่ สายสีแดง เบื้องต้นเป็นรูปแบบ PPP Net Cost สัมปทาน 30 ปี ซึ่งรัฐลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน เอกชนลงทุนค่าก่อสร้างงานโยธา, งานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกลค่าขบวนรถไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง โดยเอกชนได้รับรายได้ค่าโดยสารเป็นค่าตอบแทน และให้ผลตอบแทนแก่รัฐตามข้อตกลงร่วมกัน

ส่วนการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินของโครงการฯ จะใช้งบประมาณ 4,400 ล้านบาท ซึ่งชาวบ้านจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากโครงการนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ใต้ดิน เบื้องต้นจะเวนคืนที่ดินบริเวณแยกหนองฮ่อ ซึ่งจะจัดทำเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง (เดปโป้) ประมาณ 25 ไร่ และบริเวณทางขึ้น-ลงของสถานีระดับใต้ดิน ประมาณ 9.5 กม. สำหรับอัตราค่าโดยสาร กำหนดไว้ที่ประมาณ 15-30 บาทต่อคนต่อเที่ยว คาดว่าในปีเปิดให้บริการในปี 70 จะมีผู้โดยสาร 16,000 คนต่อวัน.

ที่มาข้อมูล : สนข. / รฟม.

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ