วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2563
ภาคเหนือ / เชียงใหม่
พ่อเมือง สั่ง ชัตดาวน์พื้นที่เสี่ยงเชียงใหม่! ปิดห้าง ร้าน สถานประกอบการ 27 กลุ่ม เริ่ม 6 โมงเย็น 23 มี.ค.ยาวถึงเที่ยงคืน 12 เม.ย. 63
: 22 มี.ค. 63
274

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 มี.ค. 63 นายเจริญฤทธิ์ สงวนศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าว สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันที่ 22 มี.ค. 63 ว่า เนื่องจากกรณีการแพร่ระบาดยังมีต่อเนื่อง ทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ จึงมีความจำเป็นปรับปรุงประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ในการปิดสถานที่บางแห่งเดิมและปรับปรุงใหม่เป็นประกาศฉบับที่ 2 หลักการประกาศฉบับที่ 2 คือ ยกเลิกคำสั่งฉบับที่ 1 และกำหนดพื้นที่สำหรับปฏิบัติการเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 63 เวลา 18.00 น. จนถึงวันที่ 12 เม.ย. 63 เวลา 24.00 น. โดยมี

1. ปิดสถานศึกษาทุกระดับ และสถาบันกวดวิชา

2. ปิดศูนย์แสดงสินค้า และศูนย์แสดงและจัดนิทรรศการ

3. ปิดพื้นที่บางส่วนของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือห้างร้านที่มีร้านค้าย่อยในอาคารหรือบริเวณเดียวกัน ทั้งนี้เว้นแต่พื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา หรือสินค้าเบ็ดเตล็ดเพื่อจำเป็นต่อการดำรงชีวิต สำนักงานธนาคาร สำหรับร้านอาหาร ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อการนำกลับไปบริโภคที่บ้าน

4. ตลาด ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น อาหารสัตว์ ร้านขายยา และสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

5. ถนนคนเดิน

6. ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น และร้านอาหารเครื่องดื่มในโรงแรมให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรมเท่านั้น

7. ปิดพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม ในร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม                                                                                       

8. ปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่คล้ายสถานประบริการ รวมถึงสถานที่มุ่งเน้นการขาย จ่าย แลกเปลี่ยน ให้สุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดื่มกินในสถานที่และบริเวณนั้น เช่น ร้านเหล้าตอง

9. ปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ได้แก่ ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม

10. ปิดสถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร เว้นแต่การรักษาพยาบาลด้วยการดังกล่าวในสถานพยาบาล

11. ปิดร้านเสริมสวย ร้านตัดผม หรือแต่งผม หรือแต่งเล็บ

12. ปิดสถานที่บริการสักผิวหนังหรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย

13. ปิดสถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม และสถานที่เสริมความงาม

14. ปิดสระว่ายน้ำ รวมถึงสระว่ายน้ำของหมู่บ้าน หรืออาคารชุดที่พักอาศัย                                                                                                           

15. ปิดสถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส

16. ปิดสถานที่เล่นสเก็ต หรือโรเล่อร์เบต หรือการเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน

17. ปิดเครื่องเล่นในอาคาร เครื่องเล่นภายนอกอาคาร เครื่องเล่นชั่วคราว สวนสนุก รวมถึงโซนอุปกรณ์เครื่องเล่นสำหรับเด็กเล่นในห้างสรรพสินค้า

18. ปิดเกม ร้านอินเตอร์เน็ต และตู้เกมหรือสถานที่อื่นใดที่มีการบริการลักษณะคล้ายกัน

19. ปิดร้านคาราโอเกะ

20. ปิดสถานประกอบการ โรงมหรสพ โรงละคร

21. ปิดศูนย์พระเครื่องพระบูชา และสนามพระเครื่องพระบูชา

22. ปิดสนามกอล์ฟ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ

23. ปิดสนามยิงปืน

24. ปิดบ่อตกปลา ตกกุ้ง หรือกิจกรรมใดในประเภทเดียวกัน                                                                                           

25. ปิดสนามกีฬาที่มีการสัมผัสร่างกาย หรือใช้อุปกรณ์ร่วมกัน อาทิเช่น สนามฟุตบอล ฟุตซอล

26. ปิดโต๊ะสนุ๊กเกอร์ บิลเลียด และสถานที่เล่นโบว์ลิ่ง

27. ปิดสนามมวย โรงเรียนสอนมวย ค่ายมวย โรงเรียนสอนฝึกสอนศิลปป้องกันตัว28. ปิดสนามชนไก่ สนามประลองไก่ สนามม้าหรือสนามอื่นที่มีพื้นที่จัดให้สัตว์ต่อสู้กัน

ทั้งนี้ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกาศ ณ วันที่ 22 มี.ค. 63

ทางด้าน นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ในประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นมาอีก 188 ราย รวมเป็นผู้ป่วยสะสมในปัจจุบันทั้งหมด 599 ราย กลับบ้านแล้ว 45 ราย และยังอยู่ในโรงพยาบาลทั้งหมด 533 ราย และเสียชีวิต 1 ราย สำหรับในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีเคสจำนวนผู้ป่วยเท่าเดิม แต่ได้รับการยืนยันเพิ่ม 5 ราย โดยเป็นผู้ป่วยที่รักษาของเราทั้งสิ้น 12 ราย และรักษาหายกลับบ้านแล้ว 1 ราย ยังอยู่โรงพยาบาล 11 ราย ส่วนในกรณีของการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคตอนนี้ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 439 ราย และกลับบ้านไปแล้ว 355 ราย อยู่ที่โรงพยาบาล 84 ราย ซึ่งรวมทั้งผุ้ป่วยอีก 11 ราย ที่ได้รับการยืนยัน

และสำหรับกรณีของผู้เดินทางจากเขตโรคติดต่อตอนนี้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็น 418 ราย โดยกักตัวอยู่ที่บ้าน 153 ราย และอยู่ในสถานที่ที่มีการจัดไว้ให้อีก 16 ราย ตรวจพบแล้ว 228 ราย และอยู่ในระหว่างการติดตามอีก 21 ราย ส่วนกรณีผู้ป่วยใหม่ที่ค้นพบเมื่อวานจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย  รายแรก เป็นผู้ป่วยเพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 57 ปี อาชีพเป็นเจ้าของกิจการ โดยเจ้าตัวได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศอังกฤษ กับลูกสาวและหลานชาย กลับมาถึงประเทศไทยในวันที่ 12 มี.ค. 63 และอยู่บ้านตลอดไม่ได้ออกไปไหนและกักตัวเองทั้งครอบครัว โดยผู้สัมผัสทั้งหมดได้รับการตรวจยืนยันเรียบร้อย ส่วนผู้ป่วยรายที่สอง เป็นชายชาวต่างชาติสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 66 ปี มีบ้านพักที่เชียงใหม่ เดินทางกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 63 และวันที่ 19 มี.ค. 63 ก็มีอาการป่วย โดยกรณีนี้ไม่มีผู้สัมผัสในจังหวัด เนื่องจากตอนที่ลงเครื่องผู้ป่วยรู้ตัวดีและให้ภรรยานำรถไปจอดรอที่สนามบินและเดินทางกลับเอง และรายที่สามเป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 35 ปี อาชีพนวดแผนไทย อยู่ที่ร้านปิ่นแก้ว โซนโชตนา โดยมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. 63 และมานอนโรงพยาบาลทันที โดยผู้สัมผัสจะมีทั้งหมด 4 คนที่บ้าน และอีก 10 คนในที่ทำงาน ส่วนผลการติดตามที่มาว่าติดมาจากไหนนั้นยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ.

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ