วันพุธ ที่ 14 เมษายน 2564
ภาคเหนือ / พะเยา
แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเดือด โร่ฟ้องลูกค้าข้อหาหมิ่นประมาท โชว์พยานหลักฐานในเฟซบุ๊กเอาผิดคนโพสต์และคอมเม้นท์
: 11 ก.ค. 63
469

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอาธิรยา คงปลี อายุ 32 ปี ลูกสาวเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวป้ากาบ ซึ่งอยู่ที่ ม.1 ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา พร้อมหลักฐานทั้งหมดที่มีการโพสต์และคอมเม้นท์ ที่มีข้อความว่าตนเองด่าทอลูกค้า โดยเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กิตติภพ ผิวเหลือง พนักงานสอบสวน ร้อยเวร สภ.เชียงคำ เพื่อเอาผิดกับคนโพสต์และคนคอมเม้นท์

นางอาธิรยา ได้กล่าวว่า เช้านี้เวลาประมาณ 07.00น. มีลูกค้าเป็นเด็กหญิงและญาติเดินทางมาสั่งข้าวต้มกิน ต่อมาเห็นว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กได้กินข้าวต้มไม่หมดและทางญาติที่มาด้วยได้ขอให้ใส่ถุงเพื่อที่จะเอากลับไปกินที่บ้าน ตนเองก็ยินดีที่เอาใส่ถุงให้และได้พูดว่า “ทำไมกินนิดเดียวทานเยอะๆ จะได้โตๆ” และพูดแนะนำว่า “เอากล่องข้าวมาใส่ก็ได้นะ” เพราะน้องเคยแจ้งทางร้านว่าจะห่อกลับเอาไปให้เด็กเล็กที่บ้าน ทานต่อ ถ้าทานไม่หมดแล้วกลับบ้านได้เลย ซึ่งตนเองก็ได้มีคลิปจากกล้องวงจรปิดที่ได้บันทึกเหตุการณ์ในช่วงนั้นไว้ด้วยอย่างชัดเจน โดยทางญาติที่มากับน้องนั้นก็ยิ้มแย้ม และตนเองก็ไม่ได้โวยวายในเรื่องของเด็กที่กินข้าวต้มไม่หมดแต่อย่างใด

ต่อมาได้มีเพื่อนที่รู้จักกันส่งภาพมาให้ตนดูซึ่งในภาพเป็นข้อความผู้ที่ใช้ชื่อเฟสบุ๊คว่า บี (นามสมมติ ) ได้โพสต์ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อดังของ อ.เชียงคำ ต่อว่าตนเองในทำนองที่ว่า เมื่อเด็กกินข้าวไม่หมดทำไมต้องด่าเด็กและยังบอกว่าเปลืองถุงกินข้าวนิดเดียว โดยตัวเองเห็นข้อความดังกล่าวก็เกิดความไม่สบายใจอย่างมากและติดใจด้วยว่า ทำไมผู้โพสต์ถึงไม่เดินทางมาสอบถามโดยตรงแถมผู้โพสต์นั้นเป็นแม่ของเด็กและยังไม่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทั้งนี้ตัวเองเป็นคนไม่เคยด่าใครและยิ้มแย้มให้ลูกค้าที่เข้าร้านมาตลอด ซึ่งเมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้แล้วจึงได้รวบรวมหลักฐานจากในเฟซบุ๊กทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นคนที่โพสต์และคนที่คอมเม้นต์เพื่อดำเนินคดี

ด้านนางพยอง สมฤทธิ์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวป้ากาบและยังเป็นมารดาของนางอาธิรยา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าวบนเฟซบุ๊กนั้น ทำให้ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านเลย โดยก่อนหน้านั้นยอดขายในแต่ละวันจะอยู่ที่ประมาณวันละ 8,000-10,000 กว่าบาท แต่วันนี้ขายได้เพียง 3 พันกว่าบาทนอกจากนี้เส้นก๋วยเตี๋ยวและลูกชิ้นเหลือเป็นจำนวนมาก ตนจึงอยากจะฝากถึงผู้โพสต์และคอมเม้นต์ว่า ก่อนที่จะโพสต์หรือคอมเม้นต์อะไร ขอให้มาถามคู่กรณีด้วยกันก่อนให้รู้ความจริงไม่ใช่ว่ารู้ไม่จริงแล้วเอาไปลงในสื่อโซเชียล จนทำให้เกิดร้านเกิดผลกระทบอย่างหนักและตนเองจะเอาเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการโพสต์หรือคอมเม้นต์ที่หรือชอบฟังความข้างเดียว
ด้าน พ.ต.ท.กิตติภพ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า หลังจากที่ผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์พร้อมหลักฐานกับตนเองแล้ว เบื้องต้นจะขอตรวจสอบดูก่อนว่าข้อความของคนโพสต์และคนคอมเม้นต์จะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่และหากผิดจริงก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

ภาพ/ข่าว สราวุธ ตั้งประเสริฐ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ