วันพุธ ที่ 14 เมษายน 2564
ภาคเหนือ / พะเยา
รมช.เกษตรฯ แนะผอ.ฝนหลวงภาคเหนือเร่งเข้าพื้นที่เชียงคำ หวังช่วยพื้นที่นาข้าวที่เสียหายจากภัยแล้งกว่า 5 หมื่นไร่
: 11 ก.ค. 63
231

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางที่ อบต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อเข้าร่วมการประชุมและรับทราบถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นใน 3 อำเภอซึ่งประกอบไปด้วย อ.จุน อ.เชียงคำและ อ.ภูซาง โดยทาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายในเรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรนาข้าวในพื้นที่ จ.พะเยาให้กับทาง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่เร่งเข้าช่วยเหลือ ซึ่งนอกจากนี้ทางนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.พะเยา เขต 2 ก็เคยได้นำเรื่องภัยแล้งของทั้ง 3 อำเภอนี้พูดในการประชุมสภาเมื่อไม่นานที่ผ่านมา ทั้งนี้ได้มีนายต่วนกฤษ จันทนะ ประธานสภา อบต.น้ำแวน นายบุญสินธ์ มังคลาด ส.อบจ.เขตอำเภอเชียงคำ เขต 3 รวมถึงผู้นำชุมชนใน ต.น้ำแวน เข้าร่วมรับฟังและให้ข้อมูลในเรื่องนี้

โดยนายรังสรรค์ กล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมและลงพื้นที่ของ ต.น้ำแวน บริเวณทุ่งลอ ม.11 นั้นพบเบื้องต้นว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นช่วงลมแหวกเมฆ ซึ่งลมดังกล่าวจะมีลักษณะค่อนข้างแรงจึงไม่พัดให้กลุ่มเมฆมารวมตัวเป็นฝนตกลงจุดนี้ได้ อีกทั้งบริเวณดังกล่าวอากาศร้อนพอสมควรจึงทำให้เมฆไม่มาก่อตัว ทั้งนี้จึงรู้จุดแก้ไขเบื้องต้นแล้ว โดยวันอาทิตย์นี้ตนเองจะได้เริ่มลงมือในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วยการโปรยฝนเทียมลงสู่พื้นที่ที่แห้งแล้ง แต่จะให้ฝนไปตกทุกพื้นที่นั้นก็อาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะในแต่ละพื้นที่ขนาดภูเขาช่องลมจะไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ตนเองจะใช้วิธีการดึงเมฆข้ามเขาให้มารวมกลุ่มกันซึ่งการดึงเมฆ 1 ครั้งจะมีขนาด 50 ตร.กม. แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องคำนวณของทิศทางลมด้วยเช่นกันว่าจะสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด สำหรับในการทำฝนหลวงนั้นจะใช้เวลาในการทำไม่เกิน 3 ครั้ง บางพื้นที่ 2 ครั้งก็สำเร็จแบบง่ายดาย แต่สำหรับพื้นที่บริเวณนี้ที่มีอากาศค่อนข้างร้อนนั้นอาจจะต้องทำถึง 3 ครั้งจึงจะเกิดผลที่ตามมา ทั้งนี้ตนเองจะยังปักหลักในพื้นที่ของ จ.พะเยาทั้งเดือนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรกรที่ข้าวแห้งตายกว่า 5 หมื่นไร่ ให้ได้รับน้ำจากจากการทำฝนหลวงในครั้งนี้

ด้านนายบุญสินธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่พา ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือลงพื้นที่ แล้วนั้น รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เจ้าหน้าที่ไม่ทอดทิ้งชาวบ้านผู้เป็นเกษตรกรและถือได้ว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เพราะช่วงนี้ทาง อ.เชียงคำโดยเฉพาะของ ต.น้ำแวน เกิดวิกฤตภัยแล้งอย่างหนักโดยเฉพาะรอยต่อของ 3 อำเภอทั้งจุน เชียงคำและภูซาง ซึ่งมีพื้นที่ไร่นาที่ได้รับความเสียหายกว่า 5 หมื่นไร่ทั้งนี้หากยังไม่มีฝนลงมาอีกพื้นที่นาข้าวที่แห้งแล้งก็จะขยายเป็นบริเวณวงกว้างออกไปอีก บางพื้นที่นาข้าวที่ปลูกนั้นต้นข้าวเริ่มเหลืองตายไปมากแล้วอีกทั้งวัชพืชก็เริ่มขึ้นในแปลงข้าวจนดูไม่ออกเลยว่าอันไหนต้นข้าวอันไหนต้นวัชพืช ซึ่งการที่ผอ.ศูนย์ฯ ลงพื้นที่ในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณไปยัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.พะเยา เขต 2 ที่ร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรกรในพื้นที่ อ.เชียงคำ.

ภาพ/ข่าว สราวุธ ตั้งประเสริฐ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ