วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2563
ภาคเหนือ / พิษณุโลก
รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด
: 19 ธ.ค. 62
356

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.62 นางสาวมนัญญา  ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายพิเชษฐ์  วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสหกรณ์ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังนาผ่านระบบสหกรณ์ ปีการผลิต 2562/63 และการส่งเสริมการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ พันธุ์ กข43 ของสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด ต.คุยม่วง อ.บางระกำ โดยมี นายพิพัฒน์  เอกภาพันธ์  ผวจ.พิษณุโลก นายสมศักดิ์  แสนศิริ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และ นางกฤษณา ธรรมชีวัน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด กล่าวรายงานความเป็นมาและผลการดำเนินงานของสหกรณ์

สหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2520 สมาชิกแรกตั้ง จำนวน 195 คน สหกรณ์มี 2 สาขา คือ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ ต.หนองกุลา และสาขาคุยม่วง ต.คุยม่วง ธุรกิจหลักของสหกรณ์ ได้แก่ ธุรกิจรวบรวมผลผลิต ธุรกิจสินเชื่อ และธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย สมาชิกประกอบอาชีพส่วนใหญ่ทำนา ปลูกข้าวโพด และไร่อ้อย ปัจจุบันมีสมาชิก 2,439 คน ทุนเรือนหุ้น 62,226,980 บาท และยังเป็นสหกรณ์หลักระดับอำเภอ 1 ใน 9 สหกรณ์ของพิษณุโลก ที่ได้รับการประเมินว่ามีผลการดำเนินงานที่ดีและมีความเข้มแข็ง มีความพร้อมในการให้บริการสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล สหกรณ์มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้สมาชิกมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยได้ดำเนินโครงการสำคัญ ดังนี้  1.โครงการส่งเสริมการผลิตและการตลาดข้าวโพดหลังฤดูทำนา ประจำปี 2562/2563 ดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 141 ราย เนื้อที่ 2,555 ไร่  2.โครงการส่งเสริมการผลิตและการตลาดข้าวเพื่อสุขภาพ พันธุ์ กข. 43 ปีการผลิต 2561/2562 โดยมีการร่วมมือกับภาคเอกชน ที่รับซื้อในราคาประกัน ตันละ 12,500 บาท ความชื้น 15 % มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 202 ราย เนื้อที่ 3,802 ไร่ ผลผลิตจำนวน 2,286 ตัน เป็นเงิน 22,425,108 บาท ซึ่งสมาชิกขายได้ราคาสูงกว่าท้องตลาด 2,500 - 3,000 บาท/ตัน และปัจจุบันสหกรณ์ฯ ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่องในปีการผลิต 2562/63 มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 368 ราย เนื้อที่ 6,720 ไร่

สหกรณ์ได้รับเงินอุดหนุนจากกรมส่งเสริมตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เพื่อก่อสร้างฉาง ขนาด 10,000 ตัน และก่อสร้างลานตาก ขนาด 3,200 ตารางเมตร รวมงบประมาณทั้งสิ้น 13,423,600 บาท (สหกรณ์สมทบ 1,726,400 บาท) ซึ่งดำเนินการก่อสร้างแล้วและได้ใช้ประโยชน์ในการรวบรวมผลผลิตข้าวเปลือก ข้าวโพดจากเกษตรกรสมาชิกแล้ว ปริมาณการรวบรวม 42,124 ตัน คิดเป็นมูลค่า 294,225,000 บาท พร้อมกันนี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายเน้นให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง สามารถขายผลผลิตได้ และมีตลาดที่แน่นอน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อยและผักปลอดสารพิษ นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนโรงอบแบบครบวงจรเพื่อให้สหกรณ์ได้ใช้ประโยชน์ในการอบแห้งข้าวโพดและพืชชนิดอื่น ๆ ก่อนส่งจำหน่ายให้กับคู่ค้า

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด ซึ่งการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหกรณ์จะช่วยให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง  เพราะนอกจากจะช่วยสร้างอำนาจในการต่อรองราคาผลผลิตทางการเกษตรแล้ว ยังทำให้สมาชิกมีแหล่งรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรสมาชิกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น.

 

ข่าว/ภาพ  ยุทธ์  ไกรโชค

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ