วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม 2563
ภาคใต้ / กระบี่
ตำรวจตามรวบแก๊งอินเดีย ตระเวนหลอกดูดวงในตัวเมืองกระบี่
: 21 มี.ค. 63
151

 

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 เวลา 11.00 น. พ.ต.ต.วิศวะ เสน่ห์หา สว.ตม.กระบี่ พร้อมด้วย ร.ต.อ.คุณไสว คุณโน รองสวป.สภ.เมืองกระบี่ เข้าตรวจสอบบริเวณร้านเสริมสวยริมถนนกระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีชายชาวอินเดีย มีพฤติกรรมตระเวนออกหาเหยื่อดูดวง หลอกให้เหยื่อสะเดาะเคราะห์แล้วหลอกเอาเงินจากเหยื่อ มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความไว้ที่ ตม.กระบี่ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจสายตรวจ ตม.กระบี่ เดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบชายชาวอินเดีย ตรวจสอบพาสปอร์ต ทราบชื่อคือ นายอัมฤทธิ์ ซิงส์ อายุ 60 ปี สัญชาติอินเดีย กำลังนั่งดูดวงให้เหยื่อรายหนึ่งบริเวณด้านหน้าร้าน จนท.นำตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองกระบี่ โดยระหว่างตำรวจกำลังสอบปากคำ ผู้ต้องหาก็ยังขอดูดวงของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้หลอกเอาเงินจากเหยื่อ ตำรวจจึงนำตัวไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากทราบว่ายังมีเพื่อนชาวต่างชาติร่วมแก๊งอีก 2-3 คน

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน ตม.กระบี่ รับแจ้งว่ายังพบชาวอินเดีย มีพฤติกรรมคล้ายผู้ต้องหารายแรก ตระเวนหลอกเหยื่ออยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ถ.มหาราช ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 2 ราย คือนายคูลวาน ซิงส์ อายุ 59 ปี และนายบัลวินเดอร์ สวาล อายุ 24 ปี ทั้งคู่สัญชาติอินเดีย พร้อมของกลางเป็นกระเป๋าเดินทาง ภายในตรวจพบสร้อยทองคำปลอม นาฬิกาปลอม แว่นกันแดดปลอม รวมทั้งวัตถุคล้ายเครื่องรางของขลังอีกจำนวนมาก จึงคุมตัวทั้ง 2 คน ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองกระบี่ ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่าเข้ามาในประเทศไทยเพื่อนำสินค้าปลอมดังกล่าวมาขายจริง นอกจากนี้ยังรับดูดวงให้กับเหยื่อบางรายด้วย โดยทั้ง 3 คน เป็นเพื่อนกันทั้งหมด จึงคุมตัวทั้ง 3 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ แจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวเข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

พ.ต.ต.วิศวะ กล่าวว่า พฤติกรรมของแก๊งอินเดีย หลอกดูดวงรายนี้ เนื่องจากทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่ามีกลุ่มคนดังกล่าว ตระเวนขี่รถ จยย.ไปตามบ้านเรือนประชาชน และย่านชุมชน เข้าไปหาเหยื่อเพื่อขอดูดวงให้ โดยเหยื่อบางรายหลงเชื่อ และยอมจ่ายเงินให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ไป ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จึงนำข้อมูลเผยแพร่ผ่านทางสื่อโซเชียล จนประชาชนในพื้นที่ทราบข่าว และแจ้งเบาะแสจนสามารถติดตามตัวคนเหล่านี้ได้ นำตัวส่งดำเนินคดีในข้อหาเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งประชาชนที่เคยถูกหลอก และมีความประสงค์จะแจ้งความ สามารถแจ้งความได้ในสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้อีก

ข่าว/ภาพ : วิสุทธิ์ รองพล

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ