วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2563
ภาคใต้ / นครศรีธรรมราช
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตใบกัญชาสายพันธุ์ฝอยทองภูผายล รุ่นแรก ตาม “โครงการผลิตกัญชาคุณภาพ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์”
: 18 ก.ค. 63
234

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตใบกัญชาสายพันธุ์ฝอยทองภูผายล รุ่นแรก ตาม “โครงการผลิตกัญชาคุณภาพ  เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์” พร้อมตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งต่อโรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในลักษณะใบกัญชาแห้งจำนวน 100 กิโลกรัม  เพื่อใช้ผลิตยาสมุนไพรไทย 9 ตำรับเชิงพาณิชย์  เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อไป

ที่สวนเกษตรเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา บรมราชกุมารี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์  แพสุวรรณ  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  เป็นประธานในพิธีเก็บเกี่ยวใบกัญชา มทส. รุ่นแรก  พร้อมด้วยศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) ดร.นันทกร  บุญเกิด นักวิจัยหลัก ซึ่งที่ผ่านมา มทส.ได้ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทย ขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อมการผลิตกัญชาแพทย์แผนไทย ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อปลูกวัตถุดิบกัญชา การตรวจสอบคุณภาพ การใช้พื้นที่แปรรูป การวิจัยยาสมุนไพรที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดีสำหรับทำยาสมุนไพรที่ได้คุณภาพ และถูกต้องตามมาตรฐานสากล

มหาวิทยาลัยจึงได้เริ่มโครงการวิจัย “การผลิตกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์”มีการวางแผนการผลิต  แผนการจําหน่าย  และแผนการใช้ประโยชน์ ผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับ ปัจจุบันถือได้ว่า มทส. เป็นสถาบันการศึกษา  ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาเพื่อการวิจัยใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  บนพื้นที่ 15 ไร่  ภายในสวนเกษตรเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา  บรมราชกุมารี ได้รับอนุญาตปลูกจำนวน 3,360 ต้นต่อรอบการผลิต เก็บเกี่ยวผลผลิตสดรวมนำหนักกว่า 2,000 กิโลกรัม

ด้านศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) ดร.นันทกร  บุญเกิด นักวิจัยหลักโครงการฯ เปิดเผยว่า  “นับจากที่ได้ดำเนินการย้ายต้นกล้ากัญชาสายพันธุ์ฝอยทองภูผายล  สกลนคร  เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา เข้าภายในโรงเรือนเพื่อการปลูก ขนาด 5 x 100 เมตร จำนวน 2 โรง แบ่งออกเป็นโรงเรือนสำหรับปลูกในกระถาง 1,500 กระถาง  และโรงเรือนสำหรับปลูกแบบลงดิน 1,860 ต้น  รวมพื้นที่ในการปลูก 3,090 ตารางเมตร วางระบบน้ำหยด  พร้อมระบบระบายอากาศ  ตามหลักมาตรฐานเข้าสู่สัปดาห์ที่ 8 พบว่า  ต้นกัญชาเจริญเติบโต  มีลำต้นและใบที่สมบูรณ์  มีความสูงเฉลี่ย 1.5 เมตร

แม้ที่ผ่านมาจะพบอุปสรรคทางธรรมชาติ  เช่น  สภาพอากาศที่อุณหูภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส และพายุฝนเมื่อสองเดือนผ่านมา  จากการดูแลอย่างใกล้ชิดภายในโรงเรือนระบบปิด สามารถควบคุมอุณหภูมิและระดับความชื้นที่จะส่งผลการกระทบต่อการเจริญเติบโตได้เป็นที่น่าพอใจ  เป็นไปตามแผนการใช้ประโยชน์  กระทั่งสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวใบกัญชาสดได้ตามกำหนด โดยในรอบแรกจะทำการเก็บใบสดที่สมบูรณ์  คือ ใบที่มีลักษณะ 7 แฉก เป็นใบใต้กิ่งช่วงกลางลำต้น  เรียกว่า “ใบเพสลาด” (ใบ-เพ-สะ-หลาด) โดยช่วงเวลาเก็บที่ดีที่สุดคือ 03.00 - 06.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ให้สารออกฤทธิ์ทางยาคุณภาพดี  โดยการเก็บเกี่ยวในครั้งนี้เบื้องต้น จะเก็บจำนวน 1,000 กิโลกรัม  ก่อนจะทำการพึ่งลมเพื่อให้ได้ใบกัญชาแห้งในรอบแรกที่น้ำหนัก 100 กิโลกรัม

จากนั้นจะเป็นการเก็บเกี่ยวในส่วนของดอก กิ่ง และลำต้นตามลำดับ ซึ่งจะเสร็จสิ้นประมาณเดือนกันยายน 2563  เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลคูเมือง  จังหวัดบุรีรัมย์ โรงพยาบาลเครือข่ายกรมการแพทย์แผนไทย พัฒนาต่อยอดผลิตยาสมุนไพรไทยสู่เชิงพาณิชย์  จำนวน 9 ตำรับ คือ ตำรับศุขไสยาศน์,  ตำรับทำลายพระสุเมรุ,  ตำรับยาทาริดสีดวงทวารและโรคผิวหนัง,  ตำรับยาแก้ลมแก้เส้น,  ตำรับยาแก้ลมขึ้นเบื้องสูง, ตำรับยาแก้ลมเนาวนารีวาโย,  ตำรับยาไพสาลี,  ตำรับยาอไภยสาลี และตำรับยาแก้นอนไม่หลับ/ยาแก้ไขผอมเหลือง เป็นไปตามแผนการผลิตกัญชาเชิงคุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 

พร้อมกันนี้ คณะนักวิจัยจะได้รวบรวมองค์ความรู้ทางวิชาการด้านต่างๆ เพื่อเตรียมการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องแก่วิสาหกิจชุมชน  นับแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว รวมถึงการแปรรูปวัตถุดิบกัญชาคุณภาพ  เพื่อให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน รวมถึงการเตรียมศึกษาวิจัยการพัฒนาแพลตฟอร์มกระบวนการผลิตสารสกัดจากกัญชาให้มีความบริสุทธิ์สูงระดับโมเลกุลด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์  และในอนาคตจะได้จะผลักดันให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เกิดการขับเคลื่อนให้มีแผนกแพทย์แผนไทย เพื่อนำผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์สู่การใช้ประโยชน์เพื่อการบำบัดรักษาโรคต่อไป

ข่าว/ภาพ สมพล พัฒนคุณานนท์

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ