วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม 2563
ภาคใต้ / ปัตตานี
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงเหตุปะทะในพื้นที่ อ.ยะรัง และ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
: 01 พ.ย. 62
367


 เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 62 เวลา 13.30 น. ที่ห้องแถลงข่าวศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิริธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงว่า เหตุ คนร้ายประมาณ 6-7 คน ใช้รถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน ขับมาจากทาง จว.ยะลา เมื่อก่อนถึงจุดตรวจ ชคต.เขาตูม ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี กลุ่มคนร้ายได้ปิดไฟหน้ารถ และได้ใช้อาวุธปืน สงคราม (ทราบจากปลอกกระสุนที่ตกบนถนน) ยิงใส่ ฐาน ชคต.เขาตูม จำนวน 1 ชุดประมาณ 20-30 นัด จากนั้นกำลังพล
ที่รักษาการณ์ บนหอสูงได้ทำการยิงตอบโต้ คาดว่ามี ผกร. ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นทั้ง 2 คันได้ขับหลบหนีไปตาม ทางหลวง 410 มุ่งหน้าไปทาง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หน่วยได้วิทยุถึงด่านที่ ต.เมาะมาวี

ซึ่งเป็นด่าน ที่ใกล้ที่สุด ห่างจากที่เกิดเหตุ ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ไม่พบรถต้องสงสัยผ่านไป แต่อย่างใด จึงคาดว่าคนร้ายได้ใช้เส้นทางรองในการหลบหนี ส่วนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดปลอดภัย
 ต่อมา เวลา 22.50 น. ได้รับแจ้งจาก จนท.ตร.สภ.บ้านสโร่ง ว่ามี ประชาชน ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและพยายามจะให้ จนท.พยาบาล รพ.สต.โสร่ง รักษา แต่ จนท.ตำรวจ ทราบข่าว จึงควบคุมตัวไปที่ รพ.ศูนย์ยะลา จากนั้นได้สอบถาม เพื่อนผู้บาดเจ็บทราบว่า ผู้บาดเจ็บ ได้โทรหาและบอกให้ออกมาพบที่สี่แยกไฟแดงตลาดมะพร้าว แต่ไม่ทราบว่านายบารี ยี ถูกยิงเพราะสาเหตุใด ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่านายบารี ยี อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงก่อกวน. ชคต. เขาตูม เนื่องจากพฤติการณ์สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


 และ เมื่อเวลา 22.10 น. ที่ อ.สายบุรี จว.ป.น. ชป.จรยุทธ์ ของ กรม ทพ. 44 ได้ทำการ ลาดตระเวนเส้นทางถนน ต.ปะเสยะวอ – ต.บางเก่า ตามภาพข่าวที่ปรากฏว่ากลุ่ม ผกร.จะก่อเหตุลอบวางระเบิดยานพาหนะ จนท.รัฐ ซึ่งในระหว่าง ลาดตระเวนเส้นทางดังกล่าว ได้ตรวจพบสิ่งผิดปกติ เป็นตะกร้าใส่ผลไม้มีตาข่ายปิดบังอำพรางไว้ จึงได้ปิดกั้นพื้นที่ และประสานให้ จนท.เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้ามาตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบถังแก๊สปิคนิค น้ำหนักประมาณ 20 – 25 กก. จุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร บรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกพร้อมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในการจุดชนวนระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้และนำไปตรวจพิสูจน์ ต่อไป

 ในคืนเดียวกัน เมื่อ 31 ต.ค. 62 เวลา 22.15 น. ชป.พิเศษ ฉก.ทพ.44 ทำการตั้งจุดตรวจ ตามภาพข่าวที่ปรากฏ ได้มีบุคคลชายต้องสงสัย จำนวน 2 คน แต่งกายใช้ผ้าปิดบังอำพรางใบหน้า ขับขี่รถ จยย. ไม่ทราบยี่ห้อและไม่ทราบหมายเลขแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่มายังด่านตรวจท่าทางมีพิรุธ จนท. จึงทำการเรียกตรวจสอบ แต่บุคคลชายต้องสงสัยทั้ง 2 คน ได้กลับรถเพื่อทำการหลบหนี ด่านตรวจของ จนท. พร้อมทั้งได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนท. จึงเกิดการปะทะกันขึ้น และ จนท. ได้ใช้อาวุธปืนประจำกายทำการยิงตอบโต้ พร้อมทั้งใช้รถ จยย. ไล่ติดตามกลุ่มชายต้องสงสัย โดยกลุ่มชายต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนท. อีกครั้ง จึงเป็นเหตุให้มีการปะทะเป็นระลอก สุดท้ายรถชายต้องสงสัยล้มลงข้างทางและชายต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนท.ที่ไล่ติดตาม เกิดการปะทะกัน ประมาณ 5 นาที เสียงปืนสงบลง จนท.ได้เข้าตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเสียในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 ราย จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ยี่ห้อ บาเร็ตต้า รุ่น 92.FS.(ลบหมายเลขทะเบียน) ปลอกกระสุนจำนวนหนึ่ง แม็กกาซีน จำนวน 1 แม็ก ซองปืนพก จำนวน 1 อัน และรถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีดำ หมายเลขทะเบียน กรท 316 ยะลา ตรวจสอบแล้ว เป็นของ นางพาตีน๊ะ ลาเต๊ะ ที่อยู่ ต.ละแอ อ.ยะหา จว.ย.ล. โดยรถอยู่ระหว่างการแจ้งหาย ส่วนคนร้าย ทราบชื่อภายหลังคือ นายลุกมาน สาและ เป็น สมาชิกกลุ่ม ผกร.ระดับปฏิบัติการ จากพฤติกรรมของคนร้ายที่ตรวจพบ โดยหนึ่งในนั้น ได้เคยถูกเชิญตัวไปให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ศูนย์ซักถามมาแล้ว แต่เนื่องจากได้ให้การปฏิเสธ และเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีหลักฐานเพียงพอในขณะนั้น จึงได้ทำการปล่อยตัวไปทั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจตามขอบเขตที่มีอยู่อย่างจำกัดเท่านั้น ในการค้นหาความจริงจากผู้ถูกเชิญตัวด้วยการซักถาม รวมทั้งดูแลความเป็นอยู่ในระหว่างถูกเชิญตัว ภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมา ยังมีอีกหลายกรณีที่ผู้ก่อเหตุที่ผ่านการซักถามแล้ว ยังได้ออกไปก่อเหตุการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ

ข่าว/ภาพ : วีระยุทธ แสงโนรี

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ