วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม 2563
ภาคใต้ / พัทลุง
นริศฯ เรียกร้องให้ ผวจ.พัทลุง พลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการสำรวจการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ทั่วจังหวัดฯ พร้อมนำเรื่องการบุกรุกที่ดินใน ต.ชัยบุรี เข้าอภิปรายในรัฐสภาฯ
: 24 พ.ค. 63
1.4k

ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า จากกรณีที่ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบหมายให้ พันเอก พิชิต โชติแก้ว รอง ผอ.รมน.จ.พัทลุง และ จนท.หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุชาวบ้านในท้องที่ ม.2,4,5,7 ต.ชัยบุรี และท้องที่ ม.8,11 ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง ประมาณ 2,000 ครัวเรือน เข้าไปถือครองที่ดิน “ ควนท่าสำเภาสาธารณประโยชน์ “ จำนวน 3,727 ไร่เศษ ซึ่งอยู่ในความดูแลของปกครองของกระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างเป็นที่ทำกินมากกว่า 3,500 ไร่ มานานกว่า 10 ปี ล่าสุดนายกู้เกียรติฯ ได้ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ดังกล่าวโดยตนเองโดยไม่บอกให้ท้องถิ่นได้รับทราบ และจะนำปัญหาการบุกรุกดังกล่าวเข้าที่ประชุมกับ หน.ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น ฯลฯ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มผู้บุกรุกต่อไป ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง เขต 3 พรรค ปชป. อดีตประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เผยว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนและตกใจกับเหตุการณ์การบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์มากกว่า 3,500 ไร่ในครั้งนี้ ก็ต้องชื่นชมแม่ทัพภาคที่ 4 ที่มอบหมายให้ กอ.รมน.จังหวัดพัทลุงเข้าไปตรวจสอบการบุกรุกที่ดินตามการร้องเรียนของชาวบ้านในครั้งนี้ ซึ่งตนคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการมอบหมายให้ จนท.กอ.รมน.จังหวัดพัทลุงที่ชาวบ้านยอมรับ และ จนท.รัฐที่เกี่ยวข้องได้สำรวจ ตรวจสอบ ที่ดินสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ จ.พัทลุง ที่ถูกชาวบ้าน หรือกลุ่มนายทุนบุกรุกเข้าไปถือครองสร้างที่ทำกิน โดยดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบกฎหมายที่เด็ดขาด เพื่อนำที่ดินสาธารณประโยชน์เหล่านี้กลับมาเป็นของรัฐต่อไป

สำหรับที่ดินดังกล่าวซึ่งอยู่ภายใต้การดูของกระทรวงมหาดไทยนั้น นายกู้เกียรติฯ ผวจ.พัทลุงสามารถสั่งการให้ทางอำเภอ ท้องถิ่น เข้าไปดำเนินการสำรวจการถือครองเป็นแปลงๆ และเป็นรายบุคคลได้ รวมทั้งการสำรวจกลุ่มนายทุนที่เข้ามาถือครองในที่ดินดังกล่าว หากพบการกระทำความผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่งได้ทันที โดยเฉพาะการบุกรุกเข้าไปสร้างสวนยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมัน สวนมะพร้าว การสร้างที่ทำกินโดยปักแนวเขตที่มั่นคง ฯลฯทางจังหวัดฯสามารถดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดได้เลย เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดที่ชัดเจนโดยไม่มีการเกรงกลัวอำนาฐรัฐแต่อย่างใด พร้อมกันนั้นตนก็อยากให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพัทลุงได้เข้าไปตรวจสอบกลุ่มชาวบ้านที่ยืนขอติดตั้งไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์แต่กลับดึงสายไฟฟ้าเข้าไปใช้ในพื้นที่บุกรุกว่าเป็นการกระทำที่ผิดจุดประสงค์ในการของติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าหรือไม่

นายนริศ ฯ กล่าวอีกว่า ในขณะนี้ตนได้รวบรวมภาพถ่ายจากสื่อต่างๆ ภาพถ่ายที่ได้มาจากให้ทีมงานของตนเข้าไปถ่ายภาพพื้นที่การบกรุกได้มาจำนวนหนึ่งแล้ว และหลังจากนี้ตนจะนำภาพถ่ายต่างๆ ภาพถ่ายทางอากาศและปัญหาการบุกรุกที่ดิน “ ควนท่าสำเภาสาธารณประโยชน์ “จำนวน 3,727 ไร่เศษ เข้าไปอภิปรายในรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขปัญหาการบุกรุกในที่ดินสาธารณประโยชน์ในจังหวัดพัทลุงและตามจังหวัดต่างๆต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปัญหาดังกล่าวได้ถูกผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ได้ปล่อยปละละเลยนานานแล้ว บางพื้นที่ก็มีผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง พร้อมกันนั้นก็ขอ จนท.กอ.รมน. และ จนท.รัฐที่เกี่ยวข้องได้ใช้จังหวัดพัทลุงเป็นพื้นที่นำร่องในการแก้ปัญหาการบุกรุกเข้าไปถือครองสร้างที่ทำกินในที่ดินสาธารณประโยชน์ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาการแก้ปัญหาดังกล่าวยังไม่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด นายนริศฯ กล่าวในที่สุด.

ข่าว/ภาพ : สุธรรม คงเพชร

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ