วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม 2563
ภาคใต้ / สงขลา
แพทย์ ม.อ. เผยความสำเร็จใช้พลาสมารักษาผู้ป่วยโควิด 19 หายเป็นรายแรกของภาคใต้
: 20 พ.ค. 63
58

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์โควิด 19 ที่ จ.สงขลา ดีขึ้น และขณะนี้เหลือผู้ป่วยโควิดที่ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพียงแค่ 3 ราย เท่านั้น จาดยอดสะสมผู้ป่วยทั้งจังหวัด 128 คน ทั้งผู้ป่วยในจังหวัด ผู้ป่วยนอกจังหวัด กลุ่มดาวะห์อินโดนีเซีย และกลุ่มต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่ศูนย์กักตัว ตม.สงขลา นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับโควิด 19 คือ การที่ทางแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สามารถใช้พลาสมาจากผู้ป่วยที่หายจากโควิดไปทำการรักษาผู้ป่วยโควิดอาการวิกฤติหายจนหายได้เป็นปกติได้เป็นครั้งแรกของภาคใต้

โดยทาง รศ.นพ.ศรัญญู ชูศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เผยว่า ตั้งแต่ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้ทำการรักษาผู้ป่วยโควิดไปแล้ว 30 ราย โดยส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นผู้ป่วยหรือคนไข้อาการวิกฤติ ซึ่งจะถูกนำมารักษาตัวที่หอผู้ป่วยแยกโรคติดเชื้อ 1 อาคารฉุกเฉินหลังเก่า ชั้น 5
ซึ่งมีการแบ่งเป็น 3 โซน โซนละ 4 เตียง รวม 12 เตียง ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหาย หรือรอฟักฟื้น หรืออาการไม่หนักมากแล้ว จะถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 (Songkhla COVID-19 Recovery Camp) ณ อาคารติณสูลานนท์ ศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ สวนประวัติศาสตร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา

รศ.นพ.ศรัญญู เปิดเผยว่า สำหรับการรักษาผู้ป่วยโควิด โดยใช้พลาสมาจากผู้ป่วยโควิดที่หายเป็นปกติ และประสบความสำเร็จเป็นรายแรกของภาคใต้นั้น ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเพศชาย ซึ่งทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้ส่งทีมแพทย์และพยาบาลเดินทางไปรับตัวผู้ป่วยรายนี้มาจาก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการหนัก ปอดอักเสบรุนแรง ออกซิเจนในเลือด และค่าการหายใจแย่ลง เกิดเป็นอาการหายใจล้มเหลว และต้องใส่ท่อช่วยหายใจ นอกจากนี้หลังจากมีการให้ยารักษาสูตรมาตรฐานหรือยาต้านไวรัสเป็นเวลา 3 วัน ผู้ป่วยก็ไม่ได้มีอาการดีขึ้น และเป็นเวลาเดียวกันกับที่ทางโรงพยาบาลสงขลานคินทร์ ได้รับบริจาคพลาสมาจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโควิดจากทางโรงพยาบาล และหายป่วยเป็นคนแรก ทางทีมแพทย์จึงตัดสินใจในการใช้พลาสมาที่ได้รับบริจาคในครั้งนี้จำนวน 600 ซีซี มาทำการรักษาผู้ป่วยวิกฤติชาว จ.นราธิวาส รายดังกล่าว
โดยวิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยการใช้พลาสมานั้นเป็นวิธีการรักษาทางเลือก และใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการใช้ยาตามสูตรมาตรฐานหรือยาต้านไวรัสเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้แพทย์ได้ให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยไปทั้งหมด 2 โดส หรือครั้งละ 200 ซีซี ติดต่อกันเป็นจำนวน 2 ครั้ง และผลปรากฏว่า ในระยะเวลา 3-4 วัน ผู้ป่วยก็มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ในวันที่ 4 หลังได้รับพลาสมา และพักฟื้นจนกระทั่งหายเป็นปกติ และสามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้วเมื่อวานนี้

รศ.นพ.ศรัญญู กล่าวว่า การรักษาด้วยพลาสมาเป็นวิธีการรักษาทางเลือก และในเควนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของภาคใต้ที่ประสบความสำเร็จในการรักษาโดยการใช้พลาสมาจากผู้ป่วยที่หายเป็นปกติแล้ว แต่สำหรับการรักษาด้วยพลาสมานี้เป็นเพียงแค่รายการการรักษาเคสแรกเท่านั้น และไม่ใช่ว่าผู้ป่วยโควิดทุกคนจะสามารถรักษาด้วยพลาสม่าแล้วจะหายเป็นปกติได้ทุกราย ซึ่งก่อนจะมีการใช้พลาสม่ารักษาทางแพทย์จะต้องมีการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด และรอบคอบในทุกๆด้าน โดยเฉพาะความเป็นไปได้หรือความเข้ากันได้ของเลือดหรือสิ่งประกอบเลือดระหว่างผู้บริจาคและผู้รับบริจาคเป็นเคสๆไป และไม่จำเป็นต้องมีกรุ๊ปเลือดที่ตรงกันเสมอไป โดยเคสนี้ผู้บริจาคพลาสมามีเลือดกรุ๊ปบี ส่วนผู้รับบริจาคมีเลือดกรุ๊ปโอ

ทั้งนี้ทางแพทย์ได้ขอเชิญชวนให้ผู้ป่วยโควิดที่รักษาหายเป็นปกติแล้วร่วมบริจาคพลาสมา เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด โดยเฉพาะในรายที่วิกฤติหรือมีอาการหนัก ซึ่งหากมีความเข้ากันได้ก็จะสามารถใช้ในการรักษาผู้ป่วยให้หายได้ ซึ่งสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่คลังเลือด โดยที่ จ.สงขลา สามารถแจ้งบริจาคได้ที่คลังเลือดของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยพลาสมาที่บริจาคแต่ละครั้งจะมีปริมาณ 400-600 ซีซี และสามารถเก็บเอาไว้ได้นานเกือบ 1 ปี.

ข่าว/ภาพ : สิทธิชัย ชูโตชนะ

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ