วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม 2564
ภาคใต้ / สุราษฎร์ธานี
กลุ่มผู้ประกอบเลี้ยงหอยสุดทน เดินหน้าเข้าศาลากลางจังหวัดร้องขอให้จังหวัดหาแนวทางยุติการเข้าตักเก็บหอยในพื้นที่เลี้ยง หวั่นเกิดเหตุปะทะร้ายแรง
: 11 มิ.ย. 63
319

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 10 มิถุนายน ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมนายจเร ขวัญเกิด ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนาวาเอกวศากร สุนทรนันท รอง ผอ.ศรชล. จ.สุราษฎร์ธานี ได้เชิญผู้นำชุมชนและผู้นำท้องถิ่นในบริเวณพื้นที่ริมชายฝั่งทะเล มาประชุมหารือทำความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำข้อมูลไปแก้ปัญหาความขัดแย้งการแย่งชิงทรัพยากรหอยแครงในอ่าวบ้านดอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้น ได้มีผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงชายฝั่งทะเลหลายอำเภอ ประมาณ 100 คนมาขอความเป็นธรรมให้กับนายสันติ นวลเสน อายุ 29 ปี ผู้เพาะเลี้ยงหอยที่บ้านคลองราง หมู่ 2 ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน ที่เพิ่งใช้เงิน 2,200,000 บาทซื้อลูกหอยจากชาวบ้านจับมาจากเขต 1,000 เมตรมาเพาะเลี้ยง และเมื่อช่วงเช้ามีชาวประมงพื้นบ้านนำเรือกว่า 300 ลำเข้าไปตักเก็บหอยในเขตเพาะเลี้ยงจนมีการใช้อาวุธปืนยิงขับไล่ทั้งนี้ ผู้ประกอบการดังกล่าวได้เรียกร้องให้หยุดนำชาวบ้านไปเก็บหอยในพื้นที่ได้ซื้อหอยไปลงเลี้ยงไว้ พร้อมให้ทางจังหวัดเชิญเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแครง และชาวประมงพื้นบ้านมาพูดคุยกัน และขอให้หยุดการรับซื้อลูกหอยในช่วงนี้ไปก่อน

นายประเสริฐ ชัญจุกรณ์ กำนันตำบลลีเล็ด กล่าวในที่ประชุมว่า พื้นที่ผ่อนปรนใน ต.ลีเล็ด ไม่มีไม้หลักเขตซึ่งชาวบ้านได้ช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนจากเดิม 5,085 ไร่เพิ่มเป็น 7,818 ไร่ที่สมบูรณ์และมีการแก่งแย่งทรัพยากร ซึ่งชาว ต.ลีเล็ดเสียเปรียบจากชาวประมงพื้นบ้านที่เข้ามาหากินในพื้นที่ ซึ่งหากจะให้ผู้นำฝ่ายปกครองผู้นำท้องถิ่นดูแลเขตผ่อนปรนจะดูแลอยู่ได้ตามปกติ โดยที่ จ.เพชรบุรี มีมาตรการให้มีขนำได้แต่อาจแบบเล็กชั่วคราว เสนอให้ทาง จ.สุราษฎร์ธานี ศึกษาแบบเดียวกัน

“ วันนี้ตนอยู่ใกล้เหตุการณ์แต่ข่าวที่ออกมาเป็นการไม่ดีกับผู้กระทำเขา(นายสันติ)ไล่ทั้งน้ำตาสุดท้ายเขาใช้ปืนไล่ยิง จึงขอให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย เห็นว่าวิธีการแก้แบบชุมชนเข้มแข็งน่าจะดีที่สุดในการแก้ปัญหา พวกเราเกษตรกรและผู้ประกอบการอยากให้ทุกสิ่งมีการแก้ปัญหาร่วมกันและให้ทุกคนให้มีความมั่นคงในอาชีพ

ด้านนายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า หน่วยงานราชการได้ลงพื้นที่ดูแลทั้งผู้ประกอบการและชาวบ้านไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ซึ่งการแก้ปัญหาหากเข้าไปในพื้นที่หอยแครงเราต้องป้องกันกันเอง เน้นทางด้านหลักชุมชนเข้มเเข็ง ทางจังหวัดจะส่งกำลังไปป้องกันเหตุไม่ให้เกิดเรื่องและผู้ประกอบการสามารถรวมตัวเพื่อเรียกร้องสิทธิ แต่อย่าให้เกิดความรุนแรง ยืนยันว่าจะไม่เข้าข้างฝ่ายใดให้ชุมชนบริหารตามบริบทชุมชน

นาวาเอกวศากร สุนทรนันท รองผอ.ศรชล.จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ปัญหาชุมชนอยากให้แก้ที่ชุมชน จะนำเอาข้อมูลที่ได้ผู้นำชุมชนและประมงพื้นบ้านไปเสนอผู้บังคับบัญชา อยากให้มีการบูรณาการโดยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปรักษาความสงบในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ไม่ได้ไปคุ้มครองใคร เรื่องการดำเนินการรื้อคอกหอยจะดำเนินการ 3 ระยะเช่นเดิม อาจมีกระทบกระทั่งบ้างแต่ทำตามกฎหมาย อยากให้ผู้ประกอบการรื้อคอกหอยในพื้นที่ของตนเองและจะมีการเข้าไปในพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์ชาวบ้านให้ทำการรื้อขนำ แต่สามารถทำที่พักหลบแดดฝนเล็กๆไว้สำหรับเฝ้าได้.

ข่าว/ภาพ อภิชญาฎา เพชรรัตน์

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ