วันอังคาร ที่ 24 พฤศจิกายน 2563
ภาคอีสาน / ขอนแก่น
รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ชื่นชมกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่สมบูรณ์
: 01 พ.ย. 62
219

                    เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2562 เวลา 11.00 น. ที่หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 4 ล้านตัวฟื้นฟูทรัพยากรประมงในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งกรมประมงร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น โดยมีกลุ่มเกษตรกรที่ทำการประมงน้ำจืด ในเขต จ.ขอนแก่นและ จ.หนองบัวลำภูเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ในช่วงก่อนการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 4 ล้านตัวนั้นคณะของรัฐมนตรี ฯ รวมไปถึงผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทางจังหวัดได้ชมผลผลิตทางการเกษตรจากการทำประมงน้ำจืด โดยเฉพาะกับการจับปลานานาชนิดในเขื่อนอุบลรัตน์ การเลี้ยงปลากระชัง การแปรรูปอาหารจากปลา ทั้งปลาส้ม,ไส้กรอกปลา,ปลาจ่อม,ปลาร้า,ปลาแดดเดียว แต่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดที่คณะรัฐมนตรี ถึงกับอึ้ง คือการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่เกษตรกรชาวขอนแก่นสามารถที่จะทำการเพาะเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างมาก เฉลี่ยน้ำหนักอยู่ที่ 2 ตัว 1 กิโลกรัม ในราคาจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป

                   นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เขื่อนอุบลรัตน์ขอนแก่น เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่ในการทำประมงน้ำจืดที่สำคัญ แต่ละวันคนในชุมชนได้ทำการประมงด้วยการจับปลาและสัตว์น้ำนานาชนิดมาจำหน่าย สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ทำให้ในวันนี้จึงเป็นการให้ความสำคัญทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนด้วยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 4 ล้านตัวแยกเป็นพันธุ์ปลา 3 ล้านตัว ไม่ว่าจะเป็นปลาสร้อยขาว,ปลาตะเพียน,ปลาแก้มช้ำ,ปลากาดำ,ปลาสวายและปลาตะเพียนทอง และกุ้งก้ามกราม อีกจำนวน 1 ล้านตัว

                  รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวต่ออีกว่า การปล่อยพันธุ์ปลาและพันธุ์กุ้งดังกล่าวจะสามารถที่จะเพิ่มปริมาณพ่อและแม่พันธุ์และปริมาณของสัตว์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ที่คาดว่าจะสามารถสร้างผลผลิตสัตว์น้ำได้ประมาณ 65 ตัน ในจำนวนนี้คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาทภายในระยะเวลา 1 ปี อย่างไรก็ตามสำหรับการรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง เพิ่มเติมจากการที่รัฐบาลด้วยงบฉุกเฉิน 2,000 ล้านบาทในการเร่งขุดบ่อบาดาล และการจัดหาแหล่งน้ำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ว ยังมีคำสั่งให้มีการเร่งสำรวจเขื่อน, อ่างเก็บน้ำ พื้นที่ฝายและแก้มลิง ที่มีอายุ 20ปีขึ้นไป เพื่อวางแผนในการขุดลอกโคลนตมเพื่อเพิ่มปริมาตรการกักเก็บน้ำ และความจุของอ่างเก็บน้ำในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

 

ข่าวและภาพจาก : เว็บไซต์ Khonkeanlink 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ