วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2563
ภาคอีสาน / ชัยภูมิ
ชาวบ้านฝากเตือนภัยสังคมมีผู้มีอิทธิพล เป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่น รวมกลุ่มตั้งแก๊งมิจฉาชีพ ตะเวนหาจับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านรอการส่งขายให้แก่นายทุน สร้างความเดือดร้อนไปแล้ว 5 ครัวเรือน
: 08 ก.ค. 63
179

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ชื่อ นาย เอ (ขอสงวนชื่อ)อดีตเคยอยู่ด้วยกันมาที่ อ.หนองบัวแดงฯ เปิดเผยว่า มีอดีตนักการเมืองท้องถิ่นนอกพื้นที่ และในพื้นที่กว่า 5 คนรวมกลุ่มออกตะเวนหายึดที่ดินทำกินของชาวบ้านในเขตอำภักดีชุมพลจังหวัดชัยภูมิ เพื่อรอการส่งขายให้แก่นายทุนสร้างความเดือดร้อนไปแล้ว 5 ครัวเรือน และปัจจุบันกำลังจะลุกลามสร้างความเดือดร้อนขยายเป็นวงกว้างให้แก่ประชาชนในพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมของแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ โดยให้ทีมงานในพื้นที่ ที่เคยเป็นอดีตผู้นำชุมชนบางราย เพราะรู้เรื่องแผนผังที่ดินในพื้นที่เป็นอย่างดีและที่มาของที่ดินที่ชาวบ้านครอบครองทำกินใช้ประโยชน์มาก่อน

โดยก่อนหน้านี้แก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ดินของทางราชการ หวังยึดครอบครอง โดยการจ้างชาวบ้านนำต้นกล้วยน้ำว้าไปปลูกเป็นแนวยาวเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ทั้งๆ ที่ดินแห่งนี้เป็นของทางหน่วยงานราชการ ต่อมาชาวบ้านรู้ข่าว จึงพากันออกมาต่อต้านขัดขวางไว้ได้  โดยให้กลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ รื้อถอนต้นกล้วยที่จ้างชาวบ้านมาปลูกไว้ออกไปจากพื้นที่หน่วยงานราชการ แต่กลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าว กับนิ่งเฉยเมยไม่ยอมรื้อถอนต้นกล้วยออกไป 

ต่อมามีชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยทนกับ พฤติกรรมของกลุ่มดังกล่าวไม่ไหวจึงรวมตัวพากันไปรื้อถอนต้นกล้วยออกทิ้งทั้งหมด ตามที่ชาวบ้านให้ข้อมูลกับการทำงานของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้หลังจากเจอที่ดินเป้าหมายแล้วก็จะส่งสัญญาณให้หัวหน้าทีมที่เป็นอดีตนักการเมืองนอกพื้นที่ลงมือดำเนินการสั่งชื้อเสารั้วคอนกรีตพร้อมลวดหนาม กับร้านขายวัสดุก่อสร้างที่ใกล้เคียง และจ้างคนงานนอกพื้นที่ลงมือปักเสาล้อมรั้วลวดหนามทั้งสี่ด้านพร้อมปลูกต้นไม้ หวังยึดที่ดินทำกินของชาวบ้านทันที ทั้งๆที่ชาวบ้านมีหลักฐานการครอบครองทำกินและใช้ประโยชน์ในที่ดินมากว่า 20 ปี มีใบ ภบท.5 และยังทำกินอยู่ในปัจจุบัน มีชาวบ้านบางรายเดือดร้อนเพราะไม่มีที่ทำกินหลังจากโดนกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ยึดครอง  บางครอบครัวต้องรอการตัดสินของศาล และบางครอบครัวยอมเสียเงินนับแสน ให้กับแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้เพื่อแลกกับการไม่โดนยึดที่ดินทำกิน   

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านผู้เดือดร้อนพบ นาง ศิริพร  รอนราญ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145/1 หมู่ที่ 1 ตำบลเจาทอง อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ผู้เสียหาย1 ใน 5 ราย นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ที่เกิดเหตุ และเล่าว่า  ตนมีที่ดินปลูกบ้านอยู่ประมาณ 2 ไร่ และตนถือครองทำกินอยู่ในที่ดินแปลงนี้มา กว่า 20 ปีแล้ว หลังสามีเสียชีวิตตนได้พาลูกๆไปเช่าบ้านให้ลูกเรียนหนังสือและขายอาหารตามสั่งอยู่ในตัวเมืองชัยภูมิเมื่อปีที่ผ่านมา  อยู่ๆเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 63 ที่ผ่านมาแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้  แอบเข้ามาบุกรุกยึดที่ดินของตนเอง

โดยการนำรถแทรกเตอร์มาดันปรับหน้าดินและไถในพื้นที่พร้อมนำต้นไม้เข้ามาปลูกในที่ดินของตน  มิหนำซ้ำยังแอบตัดต้นไม้ที่ตนปลูกรักษาไว้กว่า 20 ปี ล้มทับโอ่งใหญ่ที่ตนลองน้ำไว้ดื่มกินแตกเสียหายไป 1 ลูก ส่วนต้นไม้หลังจากตัดแล้วยังนำไปขายให้กับพ่อค้าที่รับชื้อไม้ฟืนอีกด้วย  

ต่อมาตนจึงเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ภักดีชุมพล อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ เพื่อเป็นหลักฐานและจะดำเนินคดีกับผู้บุกรุกให้ถึงที่สุด และขอฝากไปยังพี่น้องที่โดนกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้หลอกเอาที่ดินทำกินไป เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับกุมมิจฉาชีพกลุ่มนี้เพื่อมาดำเนินการตามกฎหมาย ขืนปล่อยไปมีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมากขึ้น

เพราะแก๊งนี้เป็นถึงอดีตนักการเมืองท้องถิ่นและยังเป็นคนนอกพื้นที่อีกด้วย โดยนำทีมตั้งเป็นแก๊งออกอาละวาดหาจับที่ดินทำกินและที่ดินปลูกสร้างของชาวบ้าน รอการส่งขายให้กับนายทุนจริง ตนก็เป็นอีก 1 ครอบครัวที่เดือดร้อนได้รับความเสียหายเพราะกลุ่มนี้ อยากออกมาเตือนภัยให้แก่สังคมได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนที่จะสายเกินไป เพื่อจะได้ช่วยกันป้องกันไม่ให้มีชาวบ้านหลงตกเป็นเหยื่อ เสียที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นใดไป  เพราะกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ เคยบอกกับตนว่าเขาไม่กลัวเรื่องฟ้องร้องและได้เชิญให้ตนไปแจ้งความดำเดินคดีกับกลุ่มเขาได้เลย เพราะกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างได พร้อมยังท้าทายให้ชาวบ้านที่โดนยึดที่ดินไปแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มของเขาได้ทุกเวลา.

ข่าว/ภาพ ชาติชาย  สงวนรัมย์ 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ