วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2563
ภาคอีสาน / นครพนม
สวยงาม อลังการ นางรำกว่า 500 ชีวิต รำบวงสรวงพญานาคริมน้ำโขง ถือฤกษ์วันที่ 7 เดือน 7 สานประเพณี กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สู้ภัยโควิด
: 08 ก.ค. 63
176

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2563  ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คพญานาคศักดิ์สิทธิ์ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว  สมาชิกวุฒิสภา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม ดร.สมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.นครพนม  นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน  ตลอดจนประชาชน นักท่องเที่ยว พร้อมด้วย นางรำสาวงาม จากชนเผ่าต่างๆ ในพื้นที่ 12 อำเภอ ร่วมประกอบพิธี อัญเชิญเครื่องบวงสรวงบูชา ไปถวาย องค์พญาศรีสัตตนาคราช  เพื่อประกอบพิธีบูชาบวงสรวงตามประเพณี ที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่มีการสมโภช องค์พญาศรีสัตตนาคราช  หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ตั้งแต่ปี 2559 

ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงประเพณีศักดิ์สิทธิ์สำคัญ รวมถึงประเพณีความเชื่อของชาวลุ่มน้ำโขง เกี่ยวกับ หลวงพ่อพญานาค ไปจนถึงเป็นการส่งเสริม กระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว  โดยเฉพาะในช่วง นี้ หลังคลายล็อกระยะที่ 5  ทางจังหวัดนครพนม ได้ ร่วมกับภาครัฐเอกชน ประชาชน ในพื้นที่ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ ในพื้นที่ ดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวชม พักผ่อน  โดยปีนี้กำหนดจัดการงานขึ้น เหมือนทุกปี คือวันที่ 7 เดือน 7  คือระหว่างวันที่ 7 – 13 กรกฎาคม 2563  ภายใต้มาตรฐานการดูแลควบคุม ป้องกันโรคโควิด ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้มาร่วมงาน จะต้องผ่านการคัดกรอง สวมหน้ากาก รวมถึง จะต้องมีการควบคุม จำกัดจำนวน ผู้ร่วมกิจกรรม รวมถึงนักท่องเที่ยว และต้องเว้นระยะห่าง แบบนิวนอร์มอล

สำหรับไฮไลน์ของการจัดกิจกรรมหลังประกอบพิธีบูชาบวงสรวงตามประเพณีความเชื่อ ได้มีการจัดรำบวงสรวง เพื่อเป็นสิริมงคล โดยมีสาวงาม จากชนเผ่าต่างๆ ทั้ง 12 อำเภอ เข้า รวมกว่า 500 คน ในชุดพื้นเมืองประจำชนเผ่า  แสดงออกถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์ของ จ.นครพนม ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ ชื่นชม ถึงความสวยงาม อลังการ และความอ่อนช้อยงดงาม  โดยเชื่อกันว่า สาวงามที่ได้ มาร่วม ฟ้อนรำบวงสรวง จะเป็นสิริมงคล เกิดความร่วมเย็นเป็นสุขแก่ครอบครัว รวมถึง มีโชคลาภตามประเพณีความเชื่อ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมรำบวงสรวงทุกวัน ในช่วงเย็น มีนางรำวันละ 100 คน ร่วมพิธีจนถึงวันสุดท้าย คือวันที่ 13 กรกฎาคม 2563

ด้าน นายสยาม สิริมงคล ผวจ.นครพนม  เปิดเผยว่า พิธีศักดิ์สิทธิ์ บวงสรวงบูชา องค์พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คพญานาคศักดิ์สิทธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปี ตั้งแต่มีการก่อสร้างสมโภชขึ้น เมื่อปี 2559  กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.นครพนม  รวมถึงเป็นการสร้างสัญลักษณ์เมืองการค้าเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ภายใต้ความเชื่อเกี่ยวกับ องค์พญานาค ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ที่ดูแลปกปักษ์รักษาแถบลุ่มน้ำโขง รวมถึงองค์พระธาตุพนม ถือเป็นแลนด์มาร์ค ที่มีความสวยงาม โดดเด่น เชื่อมกับเส้นทาง 3 ที่สุด ของ จ.นครพนม ที่สวยที่สุด คือ 1. สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม – คำม่วน 2. งามที่สุด จะเป็นตัวเมืองที่มีความสวยงามเรื่องวิวทิวทัศน์2 ฝั่งโขง

 

รวมถึงองค์พญานาคแลนด์มาร์ค และ 3. ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือ องค์พระธาตุพนม ที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยว สนใจมาเที่ยวชม ทำให้ปัจจุบัน นครพนม มีนักท่องเที่ยว เดินทางมาเที่ยวพักผ่อน เพิ่ม หลายเท่าตัว  ปัจจุบัน กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สำคัญ ที่มีประชาชนนักท่องเที่ยว เดินทางมากราบไหว้ ขอพร ท่องเที่ยว ไม่ขาดสาย รวมถึงนักเสี่ยงโชค ที่มีความเชื่อศรัทธา  และมีคนโชคดีถูกรางวัลใหญ่มานับไม่ถ้วน  จึงได้มีการจัดงานบรวงสรวงขึ้นทุกปี เพื่อเป็นสิริมงคล กำหนดถือฤกษ์ วันที่ 7 เดือน 7 คือวันที่ 7 กรกฎาคม ของทุกปี จัดพิธีขึ้น

นายสยาม ศิริมงคล  ผวจ.นครพนม กล่าวอีกว่า  สำหรับในปีนี้  แตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมา  เพราะต้องจัดงานภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด  เป็นการจัดงานแบบนิวนอร์มอล เว้นระยะห่าง โดยได้หารือกับคณะกรรมการจัดงาน ในการควบคุมจำกัด ทั้ง ผู้ที่จะมาร่วมกิจกรรมในแต่ละวัน ไปจนถึง มีการควบคุม กำหนด ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าร่วมพิธีให้ อยู่ในจำนวนที่พอเหมาะ และต้องผ่านมาตรการตรวจสอบ คัดกรอง และควบคุม ที่มาตรฐาน เน้นการติดตามชมกิจกรรม ทางสื่อโซเชียล ควบคู่กันไป  โดยทางจังหวัดนครพนมมีความมั่นใจ จะไม่เกิดความเสี่ยง และจะไม่กระทบต่อมาตรการควบคุมโรค  สิ่งสำคัญจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ในช่อง ระยะเวลา 7 วัน จะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หลังซบเซามานาน นอกจากนี้ ยังได้หรือกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ในการสร้างมาตรฐานในการดูแล ประชาชน นักท่องเที่ยว  รวมถึงจัดโปรโมชั่นลดราคา ทั้งที่พัก ร้านค้า ร้านอาคาร เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว ควบคู่กันไป   

ข่าว/ภาพ พัฒนพงษ์  ศรีเพียชัย

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ