วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม 2564
ภาคอีสาน / ร้อยเอ็ด
คืบหน้าป้าวัย 51 ปี ผู้เสียชีวิตกินเห็ดพิษดับ พี่สาวเล่าว่าพากันเหมารถไปเก็บจากป่าจังหวัดยโสธร เอามากินกันหลายคน ตนกินน้อยเมาเข้า รพ.แต่ไม่ตาย แต่ผู้ตายชอบเห็ดและกินเยอะกว่าเพื่อนจนเสียชีวิต
: 04 ก.ค. 63
885

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 74 หมู่ 4 บ้านโพนเมือง ตำบลโพนเมือง อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านที่ตั้งบำเพ็ญกุศล นางกมลวรรณ  แก้วโสภา  ที่เสียชีวิตจากการกินเห็ดมีพิษได้พบกับ นางมณฑา  มหามาตย์  อายุ 64  ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของนางกมลวรรณ ผู้เสียชีวิตได้เปิดเผยว่า เห็ดดังกล่าว ตนเองและเพื่อนบ้านได้เหมารถยนต์เดินทางไปเก็บ ในป่าดงจงอาง เขตอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ซึ่งไปเป็นเป็นประจำทุกปี  วันนั้นผู้ตายไม่ได้ไปด้วย  หลังกลับมาจากการเก็บเห็ดช่วงเย็น ได้นำทำเป็นอาหารประเภทแกงก็ใส่เห็ดหลายอย่างแต่มั่นใจว่า ไม่ได้ใส่เห็ดถ่าน  ที่เป็นเห็ดพิษลงไปด้วย มากินกัน

จากนั้นพอตอนเช้าก็ยังเอาเห็ดมาทำเป็นน้ำพริกกินกันในช่วงเช้ากับญาติๆเช่นเดิมโดยใส่ เห็ดถ่าน 3 ดอก  เห็ดไค 3 ดอก เห็ดน้ำหมาก 1 ดอก รวมกัน  3 อย่าง แล้วตนและญาติหลายคนกินกันคนละนิดละหน่อยกับข้าวสวย  แต่น้องสาวคนที่ตายกินกับข้าวเหนียว และจะกินมากกว่าเพื่อน เพราะเป็นคนที่ชื่นชอบเห็ดอยู่แล้ว หลังจากนั้นน้องสาวก็ไปเข้าป่าตัดหญ้าตัดกล้วยตามปกติยังไม่มีอาการแต่พอช่วงสายสายก็มีอาการบอกว่าเหนื่อยหายใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รวมทั้งมีอาการอาเจียนมาก จนกลับบ้านไม่ได้ต้องให้ลูกชายไปรับกลับบ้าน อาการไม่ดีขึ้น จนถึงค่ำก็บอกว่าให้ลูกพาไปหาหมอ ที่โรงพยาบาลอำเภออาจสามารถ หมอฉีดยาแล้วให้น้ำเกลือ เสร็จแล้วหมอให้กลับมารอดูอาการที่บ้าน วันต่อมาอาการหนักขึ้น จึงพาไปที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด หมอบอกว่าอาการหนักแล้วเพราะพิษเข้าเส้นเลือดแล้ว หมอก็พยายามให้ความช่วยเหลิอจนสุดความสามารถแต่ก็ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้

นางมณฑา  มหามาตย์  บอกว่า ในส่วนของตนเองซึ่งกินน้ำพริกเห็ดเข้าไปไม่มากนัก ก็ได้เข้าโรงพยาบาลอาจสามารถเช่นกัน หมอก็ฉีดยาและให้น้ำเกลือแล้วนอนดูอาการแค่ 2 ชั่วโมง ก็สั่งให้กลับบ้านได้ แต่ก็ยังมีอาการอ่อนเพลียอยู่บ้าง ส่วนเห็ดที่เก็บมาตนได้มาจากเพื่อนบ้านที่ไปเก็บด้วยกัน เห็นว่าตนเก็บเห็ดได้น้อย เขาก็เลยเอาแบ่งให้ แต่ก็มีคนเล่าว่าเห็ดตัวนี้มีคนกินอยู่โซนแถวยโสธรก็มีคนเสียชีวิตเช่นกันแต่ด้วยตนเองคิดว่าเป็นเห็ดถ่าน เพราะดูไม่ละเอียดคิดว่าจะไม่มีพิษ ซึ่งเห็ดดังกล่าวเป็นเห็ดคล้ายเห็ดถ่านมีขนาดใหญ่กว่าบ้างเกน้อย

พระทศพล ขันติโก (อดีตสามีของผู้ตาย) ได้เปิดเผยว่าโยมที่เสียชีวิตเป็นคนที่ชอบกินเห็ดเป็นชีวิตจิตใจถ้าอะไรก็ช่างขอให้เป็นเหตุอะไรทุกอย่างก็ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ก็ต้องถือว่าถึงเวลาของเขาแล้ว

นางพงษ์รัตนดา ฟางแก้ว อายุ 56 ปี เพื่อนบ้าน ได้บอกว่า ซึ่งปกติก็ไปเก็บเห็ดอยู่โซนนั้นเช่นกันแต่ในวันนั้นไม่ได้ไปในกลุ่มเดียวกับของพี่สาวกมลวรรณ ตนเคยไปเก็บเห็ดแล้วเก็บเห็ดถ่านประเภทนี้มาเมื่อปีที่แล้ว แล้วก็เอาไปให้ญาติกินครั้งหนึ่งแล้ว ก็มีอาการเมาเห็ดเหมือนกันแต่ไม่ถึงแก่ชีวิต เพราะส่งแพทย์ล้างท้องทัน จึงไม่ถึงกับเสียชีวิต และเคยได้รับการแนะนำว่า เห็ดถ่านจะมีหลายแบบ ทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ เป็นเห็ดสีคล้ายกันกับเห็ดถ่าน ดอกคล้ายกัน ความแตกต่างต้องหักดู ลำต้น หรือหักที่โคนเห็ดดู ถ้าเป็นเห็ดถ่านที่กินได้ ก็จะมีสีแดงสักพักก็จะกลายเป็นสีดำ  แต่เห็ดถ่านอีกประเภทหนึ่งที่เป็นพิษจะเรียกว่าเห็ดถ่านเลือด ก็จะเป็นสีดำดอกใหญ่เหมือนกัน แต่เวลาหักโคนแล้วก็จะมีสีแดงคล้ายๆเลือดแล้วก็จะเป็นสีแดงนี้ตลอดไม่กลายเป็นดำนี่คือเห็ดพิษ

ในขณะชาวบ้านบอกว่าได้รับการเตือน จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ อาจสามารถ ที่มาตรวจสอบ และสอบบันทึก รายละเอียดของการเสียชีวิต หลังจากนำศพถึงบ้าน ได้แนะนำญาติและชาวบ้าน ที่มาร่มงานจัดสถานที่ตั้งศพ ว่า ให้ช่วยเตือนกัน ในกลุ่มชาวบ้านและประชาชน ในส่วนที่นิยมบริโภคเห็ด ในหน้าฝนที่เห็ดพบเยอะ ตามป่าทั่วไป ให้ระวังอย่าบริโภคเห็ดแปลกๆ ที่ไม่รู้จัก ที่ไม่เคยกิน ได้เห็ดมาจำนวนมาก ก็ให้แยกแยะให้ดี ก่อนปรุงอาหาร เพราะหากเอาไปแกง มีเห็ดพิษผสมเพียงดอกเดียว ก็สามารถทำให้เกิดพิษ มีอาการเมา และหนักถึงตายได้  หรือให้สังเกตว่าหากเป็นเห็ดสีสวยผิดปกติ ที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยบริโภค ควรงดและหลีกเลี่ยง เพราะเห็ดสวยงาม หนอนไม่เจาะ แมลงไม่แทะ  ส่วนใหญ่ มักจะมีพิษ ทำให้เมา และถึงกับเสียชีวิตได้ และที่สำคัญหากเป็นแม่ค้าเก็บเห็ดป่าไปขาย ก็ต้องยิ่งระวัง หากไม่แยกแยะให้ดี เอาไปขายแล้วมีคนซื้อไปบริโภค แล้วเมาเสียชีวิต ก็ยังอาจจะกลายเป็นมีความผิดไปด้วย ดังนั้นจึงต้องมีความรอบคอบ ทั้งกินเอง และเอาไปขาย เพื่อความปลอดภัยของทุกคน.

ข่าว/ภาพ สุพจน์ หินกอง

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ