วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2563
ภาคอีสาน / ร้อยเอ็ด
จยย. ซึ่งกลางดึก ฝ่าไฟแดงชนข้างรถกระบะ ดับ 2 กลางสี่แยกอาถรรพ์
: 18 ก.ค. 63
225

จยย. ซึ่งกลางดึก ฝ่าไฟแดงชนข้างรถกระบะ ดับ 2 กลางสี่แยกอาถรรพ์ เพื่อนรถซิ่งยังจอดรถลงมาดูเห็นเพื่อนตายไม่สนใจรีบขี่รถหนี สำหรับ 4 แยกที่เกิดเหตุฝ่าไฟแดงมีคนตาย-เจ็บบ่อยมากนั้น คนลือว่าอาถรรพ์เพราะบางวันในเวลากลางวันแค่ชั่วโมงเดียวยังชนกัน 2 ครั้ง โดยฝ่ายที่ชนเขาทั้ง 2 รายอ้างว่าเห็นภาพลวงตาว่าไฟแดงเป็นไฟเขียว

เหตุสลดรายนี้รับแจ้งเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 18 ก.ค. 2563 ร.ต.อ วีรภัทร ทองบุสกุล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ ที่บริเวณสี่แยกบายพาสถนนเลี่ยงเมือง บ้านไผ่-บ้านหมูม้น(หมู-ม้น) หมู่ที่ 1 ต.หมูม้น อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด หลังจากได้รับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเศษชิ้นส่วนล้อรถจยย.กระจายเกลื่อนและสมองคนกระจัดกระจายไปทั่วถนนตรง 4 แยก และพบซากรถ จยย.แต่งซิ่ง ยี่ห้อฮอนด้าแดช สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนในสภาพพังยับทั้งคันห่างออกไปอีกประมาณ 10 เมตรพบร่างผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นชายทราบชื่อคือนาย จิติศักดิ์ บุญบุษผา อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ในสภาพแขนขาหักมีแผลขนาดใหญ่ศีรษะแตกสมองไหลนองเต็มพื้นถนนส่วนอีกรายชื่อนายชื่อ ด.ช วรท แน่นอุดร อายุ 14 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดในสภาพศีรษะแตกสมองไหลและแขนขาหักเช่นกันห่างออกไปอีกประมาณ 50 เมตรพบรถยนต์คู่กรณีเป็นยี่ห้ออีซูซุดีแม็กสีบอร์นเทาหมายเลขทะเบียน บว-5350 ร้อยเอ็ด ในสภาพซุ้มประตูล้อหน้าด้านข้างฝั่งซ้ายพังทั้งแถบกระจกหน้าแตกมีนาย ฉัตรมงคล ดวงประทุม อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดแสดงตัวเป็นคนขับ

 จากการสอบสวน นาย ฉัตรมงคล ให้การว่าตนเองได้ขับรถยนต์คันดั่งกล่าวมาจากอำเภอเชียงขวัญมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองร้อยเอ็ดแต่เมื่อวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนสี่แยกบายพาสถนนเลี่ยงเมือง นายฉัตรมงคล อ้างว่าเป็นช่วงสัญญาณไฟเขียวตนเองจึงขับผ่านไปแต่ได้มี จยย .ของผู้ตายพร้อมกับกลุ่มเพื่อนรถ จยย อีกประมาณ 4-5 คันได้ขับฝ่าสัญญาณไฟแดงมาจากทางบาสพาสฝั่ง อ.โพนทอง มุ่งหน้าตามถนนบายพาสจะไปทาง อ.จังหาร และรถจยย.ของผู้ตายหลบรถตน ที่มาถึงกลางสี่แยกไม่พ้น ทำให้รถของผู้ตายที่ซ้อนท้ายมากับเพื่อนพุ่งเข้ามาชนที่ด้านข้างฝั่งซ้ายของตนเองอย่างจังจนทั้งร่างและรถลอยมากระแทกที่กระจกหน้ารถและกระเด็นไปตกที่ถนนจนทำให้คนขับและคนซ้อนท้ายมาเสียชีวิตทันที

ส่วนเพื่อนๆที่ขับตามหลังมาเบรครถทันและหลบไปได้และหลังจากนั้นกลุ่มเพื่อนๆก็ยังพากันจอดรถก็ลงมาดูเพื่อน เมื่อพบว่าเพื่อนเสียชีวิตต่างพากันแยกย้ายหลบหนีหายไป หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวคนขับรถยนต์โชคร้ายไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความชัดเจนทางคดีต่อไปและสอบพยานหลักฐานมาเพื่อยื่นยันหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป สำหรับ 4 แยกไฟแดงแห่งนี้มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยมากและมีคนเสียชีวิตมาแล้วหลายศพซึ่งชาวบ้านแถวนี้จะรู้ดีว่าเป็น 4 แยกอาถรรพณ์ซึ่งจะต้องมีคนมาเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตและเป็นตัวตายตัวแทนกันบ่อยครั้ง แม้กระทั่งเวลากลางวัน บางวันแค่เวลาไม่ถึงชั่วโมง ก็เคยเกิดอุบัติซ้ำๆกันถึง2 ครั้ง จากการฝ่าไปแดงมาชนกัน โดยทั้ง2ครั้งที่เกิดไล่เลี่ยกัน ฝ่ายที่ฝ่าไปแดงมาชนรถคันอื่น บอกว่ามองไม่เห็นว่าเป็นไฟแดงเห็นเป็นไฟเขียว จึงฝ่าไปชนรถคันอื่น จนต่อมาต้องมีการตั้งศาลเพียงตาขึ้น ตรงมุมถนนข้าง 4 แยก เพื่อกราบไหว้และเตือนใจ แต่กลุ่มเด็กแว๊นก็ยังไม่เกรงกลัวจะรวมตัวตั้งกลุ่มเพื่อมาประลองความเร็วที่ถนนเส้นนี้อยู่บ่อยๆ เพราะเป็นถนนที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ขยายเลนกว้างกว่าเดิม เป็นเหตุให้ในตอนกลางคืนถนนเส้นนี้จะค่อนข้างกว้างโล่ง กลุ่มเด็กแว๊นจึงชอบมาใช้เป็นที่ประลองความเร็วสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ขาวบ้านกันอยู่บ่อยๆ

ข่าว/ภาพ :  สุพจน์ หินกอง

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ