วันจันทร์ ที่ 8 มีนาคม 2564
ภาคอีสาน / ศรีสะเกษ
ชาวบ้านหนองแก้ว อำเภอกันทรารมย์ ทำบั้งไฟโบราณ สืบสานประเพณีวัฒนธรรม ไร้การพนัน
: 13 มี.ค. 63
522

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 มีนาคม 2563 ที่วัดสง่าวราราม ต.หนองแก้ว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ร่วมกับผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนชาวบ้านหนองแก้ว ได้พร้อมใจทำบั้งไฟโบราณ ตามแบบดั้งเดิมที่ได้เคยทำมา ซึ่งในปัจจุบันนับวันจะหายไปจากชุมชนเรื่อยๆ คณะกรรมการหมู่บ้าน พร้อมด้วยผู้มีบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้แต่ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัดหรืออำเภออื่น ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมโบราณ อันทรงคุณค่าให้คงอยู่ โดยมี พระครูวรรัตนาภรณ์ เจ้าคณะตำบลหนองแก้ว เจ้าอาวาสวัดสง่าวราราม ซึ่งเป็นผู้ที่รอบรู้ในวัฒนธรรมของชุมชนเป็นอย่างดี คอยให้คำแนะนำ หลังเสร็จขบวนการทำบั้งไฟโบราณแล้ว ชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงได้ช่วยกันกวนขนมปาด ซึ่งเป็นขนมโบราณจะมีการทำกินปีละครั้งในงานประเพณีบุญบั้งไฟซึ่งจะมีในเดือนหกเท่านั้น

นายอนุสรณ์ แสงกล้า กล่าวว่า ชาวบ้านหนองแก้ว ได้กำหนดงานประเพณีบุญบั้งไฟโบราณ ขึ้นในวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2563 เป็นงานประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน และเป็นความเชื่อทางศาสนามาช้านาน โดยเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลปักดำทำนา จะต้องจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าไปบูชาพญาแถน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งฝน เพื่อให้ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อสรรพสิ่งบนผืนโลกได้ดำเนินวิถีชีวิตไปตามครรลองที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะผู้คนบนผืนดิน ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการทำไร่ทำนามาช้านานต้องอาศัยข้างและพืชผลทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยงดำรงชีวิตมาโดยตลอด น้ำฝนจากฟ้าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์คืองานประเพณีแห่และจุดบั้งไฟจึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นความหวังและกำลังใจของผู้คนชาวตำบลหนองแก้วดังเช่นชาวอีสานทั่วๆ ไป

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไปว่า วิธีและขั้นตอนการทำบั้งไฟโบราณ เริ่มจาก คนเฒ่าคนแก่จะทำพิธีบวงสรวงเพื่อหาลำไม้ไผ่ที่เป็นลำตรงมาทำบั้งไฟและหางบั้งไฟ นำมาลนด้วยไฟอ่อนๆ อย่างพอเหมาะ ก่อนที่จะทำการเจาะทะลวงรูและ “ลืม” ด้วยชะเนาะที่ทำจากไม้ไผ่ ขั้นตอนที่สำคัญคือการตำบั้งไฟ หรือตอกบั้งไฟ โดยนำดินประสิวไปคั่วในกระทะตั้งไฟจนดำแล้วนำมาตำกับถ่านไม้สีดำผสมกำมะถัน โดยการผสมจะใช้ตามสูตร เมื่อตอกดินปืนลงในกระบอกไม้ที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วก็จะถึงขั้นตอนที่สำคัญมากในกระบวนการทำบั้งไฟ คือ “การแทงรู หรือเอารูบั้งไฟ” ซึ่งจะทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญประจำหมู่บ้านเท่านั้น ซึ่งบั้งไฟจะขึ้นหรือไม่ขึ้น ขึ้นสูงไม่สูงก็อยู่ที่ขั้นตอนการเอารูบั้งไฟนี่แหละ ซึ่งบั้งไฟโบราณจะเจาะรูบนหัว เวลาจุดไฟบั้งไฟก็จุดจากทางด้านหัว

นายอนุสรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อทำบั้งไฟจนเสร็จครบถ้วนทุกขั้นตอนแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะนำไปจุด จะต้องมีการแห่บั้งไฟหรือเอ้ บั้งไฟจะประดับตกแต่งด้วยลวดลายสวยงาม มีรูปตัวพญานาคประดับที่หัวบั้งไฟ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวบ้านหนองแก้ว การแห่บั้งไฟนั้น จะนำเอา “กลองตุ้ม” ที่เป็นต้นกำเนิดและหนึ่งเดียวของโลกก็ว่าได้มาถ่ายทอดและสิบสานเป็นความสวยงามให้เป็นเอกลักษณ์แลให้คงอยู่

“หมู่บ้านหรือชุมชนอื่น อาจจะจัดงานบุญบั้งไฟโดยแฝงไว้ด้วยการพนัน แต่ที่หมู่บ้านหนองแก้วแห่งนี้ ไม่มีการเล่นการพนันโดยเด็ดขาด เพราะบั้งไฟโบราณของหมู่บ้านนี้มีขนาดเล็กขึ้นไปบนท้องฟ้าอยู่ไม่นานไม่กี่วินาทีก็ตกลงมา ไม่มีอันตรายมาก และหมู่บ้านนี้อยู่ในเส้นทางการบินของเครื่องบินหลายเส้นทาง เครื่องบินที่มาจากที่อื่นถึงพื้นที่อำเภอกันทรารมย์จะลดเพดานบินลงเพื่อจะไปลงที่สนามบินอุบลราชธานี บั้งไฟของบ้านหนองแก้วจึงจะทำให้ขึ้นสูงไม่ได้เพราะจะเกิดอันตรายต่อเครื่องบิน ก็ขอเชิญผู้สนใจอยากชมการจุดบั้งไฟโบราณของบ้านหนองแก้ว ก็มาชมได้ในวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2563 นี้” นายอนุสรณ์ กล่าว.    

ข่าว/ภาพ ณัฐธรชนม์ สิริโชติสกุล

 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ