วันจันทร์ ที่ 8 มีนาคม 2564
ภาคอีสาน / อุดรธานี
คุมตัวน้องชายมือปืนโหด ยิงพี่ชายดับทำแผนไห้กราบขอขมาศพ ปมระแวงตีท้ายครัว
: 23 ก.ค. 63
288

 

จากกรณีนายสมคิด พระไชย อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 บ้านคำกลิ้ง หมู่ 3 ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ใช้ปืนยิงนายสาธิต พระไชย อายุ 30 ปี พี่ชายตาย เพราะระแวงเมียจะปันใจให้พี่ชาย และเกรงว่าพี่ชายจะตีท้ายครัวเป็นชู้กับเมีย เพราะไปหาปลาทั้งคืนกลับมาบ้านพบร้อยเท้าผู้ชายอยู่ในห้องนอน แม้พ่อจะบอกว่ารอยเท้ายพ่อขึ้นไปเอาขวดนมมาป้อนหลานก็ตาม กระทั่งคืนเกิดเหตุมาทะเลาะกับเมีย พี่ชายเข้ามาห้ามและเรียกออกมาถาม แต่กลับโดนชก จึงใช้ปืนยิงพี่ชายตาย ก่อนรอมอบตัวกับตำรวจ ซึ่งตำรวจแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” เหตุเกิดคืนวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.พิษณู อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี, พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังตำรวจควบคุมตัวนายสมคิด พระไชย อายุ 28 ปี ผู้ต้องหา ไปทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพ โดยบรรยากาศที่บ้านนางสุทธิดา พระไชย อายุ 53 ปี และนายไสว พระชัย อายุ 53 ปี แม่และพ่อผู้ตายและผู้ต้องหา ได้มีการจัดงานศพนายสาธิต มีญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านมาร่วมงานจำนวนมาก

นายสมคิดไปชี้จุดชกต่อยกอดปล้ำกันกับพี่ชายบริเวณประตูหลังบ้าน แต่สู้พี่ชายไม่ได้เพราะตัวเล็กกว่า เมื่อถูกพี่ชายชกหลายครั้งจนล้มลง จึงตัดสินใจชักปืนไทยประดิษฐ์ที่พกไว้ตลอดเวลา ออกมาจ่อยิงพี่ชาย 2 นัด นัดแรกพี่ชายปัดมือออก นัดที่สองยิงใส่หน้าอก จนพี่ชายล้มลง ก่อนวิ่งเอาปืนไปซ่อนไว้ในถังสีหลังบ้าน ซึ่งตอนแรกได้โกหกตำรวจว่านำไปโยนทิ้งสระน้ำหลังบ้านเมื่อกู้ภัยไปงมหาทั้งวันก็ไม่พบ จนสุดท้ายได้เปิดปากสารภาพว่านำไปซ่อนไว้ในถังสีหลังบ้าน

จากนั้นนายสมคิด พระไชย ได้ทำการจุดธูปไหว้ขอขมาศพพี่ชาย “พลาดไปแล้ว ขอขมาลาโทษเด้อ อย่าโกรธอย่าเคืองกันเด้อ” เสร็จแล้วก็หันมาไปกราบขอขมานางสุทธิดา ซึ่งต่างร้องไห้สวมกอดนายสมคิด เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนางสุทธิดา ได้พูดสั่งสอนผู้ต้องหาว่า “อย่าใจร้อน จำไว้เป็นบทเรียน แม่บอกแม่สอนให้จำ แม่มีลูกแค่สองคน ให้รักกันแพงกัน สิ่งใดไม่ดีอย่าทำ จำไว้” แล้ว นายพิษณุ ฐานชารี อายุ 43 ปี น้าชาย ได้ทำการกอดหลานชาย ให้กลับตัวใหม่ เป็นคนใหม่หลังพ้นโทษออกมา แล้วนายสมคิด พระไชย ได้ไปบอกลาภรรยาและลูก จะไปชดใช้กรรมที่ก่อขึ้น ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวกลับโรงพัก

นายพิษณุ ฐานชารี อายุ 43 ปี น้าชายผู้ตายและผู้ต้องหา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนสนิทกับผู้ตายมาก มักจะเดินทางมาหาพี่สาวกับหลาน เมื่อมาถึงก็มักจะไปซื้อสิ่งที่ชอบมาให้กิน ตนพึ่งเดินทางมาจากชัยนาทเมื่อเย็นวานนี้ ประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง หลังจากพระสวดอภิธรรมเสร็จ ตนได้จุดธูป และเคาะกระโลงบอกผู้ตาย 3 ครั้ง เพื่อให้รู้ว่ามาถึงแล้วนะ จากนั้นก็มีเสียงเคาะตอบกลับมา 1 ครั้ง คิดว่าผู้ตายตอบว่าหลานรับรู้แล้ว.

ข่าว/ภาพ : วัฒน์พล ช้างรักษา

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ