วันจันทร์ ที่ 8 มีนาคม 2564
ภาคอีสาน / อุดรธานี
ผู้การอุดรฯคุมตัวอดีต สจ.ปืนโหดทำแผนขอขมาศพ-แม่ผู้ตาย หลังอัฟยาบ้าควงปืนลูกซองยาวยิงหนุ่มญาติพี่น้องดับ
: 24 ก.ค. 63
202

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม พล.ต.ต.พิษณุ อณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ฉกาจ เทียมวงศ์ ผกก.สอบสวน ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.เพชรรัตน์ ศรีเมือง รอง ผกก.สอบสวน หน.สภ.ย่อยห้วยหลวง นำกำลังตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชรบ.นาแอง ควบคุมตัว นายทัศนัย อ่อนคำ อายุ 42 ปี อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ชาวบ้านนาแอง ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี

ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยาวเบอร์ 12 บุกยิง นายปริวรรต แก้วมุงคุณ อายุ 29 ปี ญาติผู้น้องเสียชีวิตบริเวณหน้าประตูบ้านเลขที่ 77/1 ม.3 บ้านนาแอง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากที่ตำรวจสอบปากคำ โดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา ”ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในตัวเมือง หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และเสพยาบ้า” ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา

โดยจุดแรกตำรวจควบคุมตัวไปบ้านพักของอดีต สจ.ทัศนัยเอง ซึ่งอยู่ซอยด้านหลังบ้านของผู้ตาย ห่างกัน 200 เมตร ซึ่งจุดนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าถูกผู้ตายเดินมาตะโกนด่าทอที่หน้าบ้าน 3 ครั้ง ก่อนจะเดินกลับบ้านไป ทำให้เกิดความแค้น จึงถือมีดพร้าที่ วางอยู่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านไปเคลียร์ปัญหา ที่ผู้ตายกล่าวหาว่าขโมยเครื่องมือช่างแต่กลับถูกผู้ตายท้าต่อยตี จึงเกินกลับมาเอาปืนที่บ้าน ขี่รถจักรยานยนต์ สะพายปืนลูกซองไปบ้านผู้ตาย จอดรถจักรยานยนต์ไว้ที่ข้างบ้านคนตาย ห่างกันราว 30 เมตร จากนั้นได้เดินเข้าไปหา ผู้ตาย ขณะยืนอยู่หน้าบ้าน ผู้ตายเห็นผู้ต้องหาถืออาวุธปืน ได้พูดจาท้ายทายให้ยิงเลย เพราะไม่กลัวตาย ทำให้ผู้ต้องหาโมโห หลังจากพูดกันไม่รู้เรื่อง จึงยึงใส่ผู้ตายไป 1 นัด ล้มฟุบลง ก่อนขี่รถจักรยานยนต์พร้อมอาวุธปืนไปมอบตัวกับบ้านผู้ใหญ่บ้าน ที่อยู่ห่างไปราว 300 เมตร

หลังจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จ ผู้ต้องหาได้นำขัน 5 ดอกไม้ธูปเทียนก้มกราบขอขมานางนันทิยา แก้วมุงคุณ อายุ 58 ปี แม่ผู้ตายและเป็นน้าผู้ต้องหา ได้กล่าวอโหสิกรรมให้ ไม่ขอจองเวรกรรม พร้อมกับกล่าวให้โอวาทผู้ต้องหาทั้งน้ำตา เนื่องจากเป็นญาติกัน ผู้ตายเป็นลูก ส่วนผู้ต้องหาเป็นหลาน จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปจุดธูปขอขมาอโหสิกรรมหน้าโลงศพของผู้ตาย ต่อเหตุการณ์เรื่องราวที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเครือญาติกัน จากนั้นตำรวจได้ควบคุมผู้ต้องหาไปโรงพัก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่มีการเข้ามาทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา ขณะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีเพียงเสียงบอกให้ยอมสำนึกผิดและรับกรรมในสิ่งที่ก่อเอาไว้

นายบุญเลิศ ปากดีหวาน ผญบ.นาแอง เล่าว่า ช่วงเย็นวันเกิดเหตุ ขณะตนกลับมาจากขับรถส่งนักเรียน ผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์พร้อมอาวุธปืนลุกซองยาว มามอบตัวกับตนเองอย่างลูกผู้ชาย กล้าทำกล้ารับผิด โดยบอกว่าก่อเหตุยิงผู้ตาย ขณะนั้นผู้ต้องหาไม่ทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตหรือไม่ ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ได้พูดจาเกลี่ยกล่อมให้ยอมสำนึกผิด พร้อมกับยึดอาวุธปืนไว้ ซึ่งผู้ต้องหาก็ไม่ขัดขืน ก่อนโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาควบคุมตัวไปโรงพัก และไม่เคยรู้ว่าผู้ต้องหาเสพยาบ้า เพราะไม่เคยมีประวัติ

ด้าน นางกนกพร อ่อนคำ อายุ 44 ปี พี่สาวผู้ต้องหา ให้การว่า เมื่อก่อนน้องชายเป็นคนร่าเริง แต่หลังจากแยกทางกับภรรยา และภรรยาได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ จากนั้นน้องชายก็มีอาการซึมไม่ค่อยพูดจากับใครเหมือนก่อน โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้านกับลูกสาววัย 9 ขวบ และ 4 ขวบ ซึ่งตนก็คอยดูแลลูกช่วยน้องชายเวลาออกไปทำงาน ส่วนเรื่องน้องชายมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเสพยาบ้านั้น ตนไม่เคยรับรู้ รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้มาก เพราะผู้ตายก็เป็นญาติพี่น้องกัน

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาในเชิงลึกผ่านมา 2 วัน เนื่องจากผู้ต้องหาสารภาพว่าได้เสพยาบ้าก่อนมาใช้อาวุธปืนลูกซองยาว ยิงตายเสียชีวิตที่หน้าบ้าน เชื่อว่าทั้งผู้ต้องหาและผู้ตาย มีเรื่องผิดใจกันที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด นอกจากจะมีปัญหากันเรื่องผู้ตายกล่าวหาผู้ต้องหาว่าขโมยเครื่องมือช่าง ซึ่งผู้ต้องหาได้ปฏิเสธและอธิบายไปหลายครั้ง แต่ผู้ตายยังท้าทายชกต่อย ทำให้ผู้ต้องหาเกิดบันดาลโทสะ กลับไปบ้านเอาปืนมายิงผู้ตายจนเสียชีวิตดังกล่าว.

ข่าว/ภาพ : วัฒน์พล ช้างรักษา

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ