วันจันทร์ ที่ 8 มีนาคม 2564
ภาคอีสาน / อุดรธานี
สาวอุดรวัย 23 ซิ่งรถกระบะข้ามเลนชนประสานงากับรถบรรทุกหินพ่วง 18 ล้อดับคาดหลับใน
: 26 ก.ค. 63
430

เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ขณะที่ ร.ต.อ.นิคม ยะจอม รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จ.อุดรธานี ว่ามีเหตุรถยนต์กระบะชนประสานงากับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บริเวณหน้าสถานีไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.บ้านผือ ถ.บ้านผือ-ท่าบ่อ บ.ดงหวาย ต.หายโศก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี คนขับรถกระบะเป็นผู้หญิงเสียชีวิตคาภายในรถ 1 ราย จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.บ้านผือ กู้ชีพ อบต.หายโศกออก และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน จุด อ.บ้านผือ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 ช่องทางจราจร พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโว สีขาว ทะเบียน ผล-4311 ขอนแก่น จอดอยู่บริเวณไหล่ทางด้านขวา สภาพด้านหน้าพังยับจนถึงห้องโดยสาร พบศพคนขับ คือ น.ส.ระพีภัทร พิลากุล อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 ม.4 ต.โนนทอง อ.นายูง จ.อุดรธานี สภาพนั่งอยู่หน้าพวงมาลัยรถ ห่างไปทาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ราว 30 เมตร พบรถบรรทุกหินพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุสีขาว ทะเบียน 82-2115 เลย ทะเบียนลูกพ่วง 82-2116 เลย พลิกตะแคงอยู่ข้างถนน พบนายวโรดม แก้วคม อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 34 ม.11 ต.อิปุ่ม อ.ด่านซ้าย จ.เลย บาดเจ็บเล็กน้อย ด้านหน้ารถบรรทุกพ่วงบริเวณข้างขาว มีร่องรอยการชนลักษณะประสานงากัน จนทำให้รถคู่กรณีมีสภาพพังยับ และคนขับเสียชีวิตคาที่

จากกการสอบสวนคนขับรถบรรทุกพ่วงให้การว่า ขณะขับรถบรรทุกพ่วงหินมาเต็มคันจาก อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ไปส่งลูกค้าที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย โดยใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เนื่องจากรถมีน้ำหนักหลายสิบตัน กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถคู่กรณีวิ่งมาด้วยความเร็ว ก่อนรถคู่กรณีจะค่อยๆข้ามมาทางช่องจราจรของตน ตนพยายามกระพริบไฟเตือน พร้อมกับบีบแตร และพยายามชิดรถเข้าไหล่ทาง แต่รถคู่กรณีก็ไม่ยอมหลบ กลับพุ่งเข้าชนด้านหน้าฝั่งขวารถบรรทุกเข้าอย่างจัง ทำให้รถบรรทุกเสียหลักลงข้างทางก่อนพลิกคว่ำ จนเป็นเหตุทำให้คนขับรถคู่กรณีเสียชีวิตติดอยู่ในรถดังกล่าว

ร.ต.อ.นิคม ยะจอม รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านผือ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนที่เกิดเหตุในเบื้องต้นสันนิฐานว่า ผู้เสียชีวิตขับรถมาจากพื้นที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เพื่อกลับบ้านที่ อ.นายูง จ.อุดรธานี จากสภาพรถที่พังยับทั้งคัน เชื่อว่าผู้เสียชีวิตขับมาด้วยความเร็วสูง และคาดว่าหลับใน เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะได้ตรวจสอบพยานหลักฐานถึงสาเหตุที่แท้จริง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าว/ภาพ : วัฒน์พล ช้างรักษา

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ